สิ่งแวดล้อม ชะอวด นครศรีธรรมราช (66)

เจ้าหน้าที่คุมเข้มไฟป่าพรุควนเคร็ง เฮลิคอปเตอร์ฝนหลวง-ทส.ลงปฏิบัติช่วยดับ

เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังการบินสำรวจทางอากาศพบสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีไฟใต้ดินและกลุ่มควัน เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังพร้อมเฮลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงและกระทรวงทรัพยากรฯ เข้าตักน้ำสนับสนุนการดับไฟต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่คุมเข้มไฟป่าพรุควนเคร็ง เฮลิคอปเตอร์ฝนหลวง-ทส.ลงปฏิบัติช่วยดับ
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

สถานการณ์และการประชุมหน่วยงาน

วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา นายสุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ในพื้นที่อำเภอชะอวด โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมากร่วมประชุมหลังการบินสำรวจทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การสำรวจทางอากาศระบุว่าสถานการณ์โดยรวมเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลาย แต่ยังพบจุดที่มีกลุ่มควันและไฟใต้ดินหลงเหลืออยู่ เนื่องจากชั้นดินพรุที่แห้งและสภาพอากาศแห้งแล้งประกอบกับกระแสลมแรง เจ้าหน้าที่จึงยังคงเฝ้าระวังและตรึงกำลังไว้ในพื้นที่

หน่วยงานและทรัพยากรที่เข้าร่วม

ผู้เข้าร่วมการประชุมมีทั้งจากศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 4 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด กองป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า รวมถึงตัวแทนฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัด และนักบินจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ

หน่วยงาน บทบาท
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ตักน้ำดับไฟ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินสำรวจและดำเนินการตักน้ำสนับสนุนการดับไฟ
กองป้องกันและควบคุมไฟป่า / ท้องถิ่น ตรึงกำลัง ดับไฟใต้ดิน และตรวจแนวไฟ

ปฏิบัติการทางอากาศและภาคพื้นดิน

เวลา 15.00 น. กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ เข้าร่วมปฏิบัติการโดยมี นางมณีรัตน์ พวงประโดน รักษาการผู้อำนวยการปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ พร้อมทีมงานเข้าประชุมวางแผนการตักน้ำเพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ ควบคู่กับภารกิจของเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้เข้าทำการตักน้ำก่อนหน้านี้

ในภาคพื้นดิน เจ้าหน้าที่ได้ตรึงกำลังพล รถบรรทุกน้ำ และเครื่องมือต่างๆ พร้อมปฏิบัติการดับไฟใต้ดินและควบคุมกลุ่มควันที่ยังหลงเหลือ เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำของไฟป่า

ปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องจับตา

สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ดังนี้

  • สภาพอากาศแห้งแล้ง ทำให้วัสดุเชื้อเพลิงในพื้นที่ติดไฟง่าย
  • กระแสลมแรงซึ่งอาจพัดเปลี่ยนทิศทางแนวไฟ
  • ชั้นดินพรุที่แห้ง อาจทำให้เกิดไฟใต้ดินยากต่อการดับ

ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางการป้องกัน

แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะเริ่มคลี่คลาย แต่กลุ่มควันและไฟใต้ดินที่ยังหลงเหลือเสี่ยงต่อการกลับมาปะทุใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพอากาศและการสัญจรของชุมชนในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงเน้นมาตรการป้องกันและเตรียมพร้อมตอบโต้ทันทีหากพบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์

ผู้อยู่อาศัยบริเวณรอบพรุควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและหลีกเลี่ยงการเผาป่า หรือการกระทำใดๆ ที่อาจเป็นต้นเพลิงในบริเวณแห้งแล้ง พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำในกรณีมีการอพยพฉุกเฉิน

การประสานงานระยะต่อไป

จากการประชุม เจ้าหน้าที่ได้ย้ำการประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งในระดับจังหวัดและส่วนกลาง โดยเตรียมกำลังและอุปกรณ์เพื่อเข้าดำเนินการทันทีหากพบจุดเสี่ยงปะทุซ้ำ นอกจากนี้จะยังคงดำเนินการบินสำรวจและติดตามสภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

พื้นที่พรุเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เปราะบาง การควบคุมไฟป่าและการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์จะเป็นภารกิจระยะยาวซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐและชุมชนท้องถิ่นร่วมกัน

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

66นครศรีธรรมราช

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครศรีธรรมราช ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว