สถานการณ์และการประชุมหน่วยงาน
วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา นายสุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ในพื้นที่อำเภอชะอวด โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมากร่วมประชุมหลังการบินสำรวจทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การสำรวจทางอากาศระบุว่าสถานการณ์โดยรวมเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลาย แต่ยังพบจุดที่มีกลุ่มควันและไฟใต้ดินหลงเหลืออยู่ เนื่องจากชั้นดินพรุที่แห้งและสภาพอากาศแห้งแล้งประกอบกับกระแสลมแรง เจ้าหน้าที่จึงยังคงเฝ้าระวังและตรึงกำลังไว้ในพื้นที่
หน่วยงานและทรัพยากรที่เข้าร่วม
ผู้เข้าร่วมการประชุมมีทั้งจากศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 4 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด กองป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า รวมถึงตัวแทนฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัด และนักบินจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ
| หน่วยงาน | บทบาท |
|---|---|
| กรมฝนหลวงและการบินเกษตร | สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ตักน้ำดับไฟ |
| กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม | บินสำรวจและดำเนินการตักน้ำสนับสนุนการดับไฟ |
| กองป้องกันและควบคุมไฟป่า / ท้องถิ่น | ตรึงกำลัง ดับไฟใต้ดิน และตรวจแนวไฟ |
ปฏิบัติการทางอากาศและภาคพื้นดิน
เวลา 15.00 น. กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ เข้าร่วมปฏิบัติการโดยมี นางมณีรัตน์ พวงประโดน รักษาการผู้อำนวยการปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ พร้อมทีมงานเข้าประชุมวางแผนการตักน้ำเพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ ควบคู่กับภารกิจของเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้เข้าทำการตักน้ำก่อนหน้านี้
ในภาคพื้นดิน เจ้าหน้าที่ได้ตรึงกำลังพล รถบรรทุกน้ำ และเครื่องมือต่างๆ พร้อมปฏิบัติการดับไฟใต้ดินและควบคุมกลุ่มควันที่ยังหลงเหลือ เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำของไฟป่า
ปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องจับตา
สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ดังนี้
- สภาพอากาศแห้งแล้ง ทำให้วัสดุเชื้อเพลิงในพื้นที่ติดไฟง่าย
- กระแสลมแรงซึ่งอาจพัดเปลี่ยนทิศทางแนวไฟ
- ชั้นดินพรุที่แห้ง อาจทำให้เกิดไฟใต้ดินยากต่อการดับ
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางการป้องกัน
แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะเริ่มคลี่คลาย แต่กลุ่มควันและไฟใต้ดินที่ยังหลงเหลือเสี่ยงต่อการกลับมาปะทุใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพอากาศและการสัญจรของชุมชนในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงเน้นมาตรการป้องกันและเตรียมพร้อมตอบโต้ทันทีหากพบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์
ผู้อยู่อาศัยบริเวณรอบพรุควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและหลีกเลี่ยงการเผาป่า หรือการกระทำใดๆ ที่อาจเป็นต้นเพลิงในบริเวณแห้งแล้ง พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำในกรณีมีการอพยพฉุกเฉิน
การประสานงานระยะต่อไป
จากการประชุม เจ้าหน้าที่ได้ย้ำการประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งในระดับจังหวัดและส่วนกลาง โดยเตรียมกำลังและอุปกรณ์เพื่อเข้าดำเนินการทันทีหากพบจุดเสี่ยงปะทุซ้ำ นอกจากนี้จะยังคงดำเนินการบินสำรวจและติดตามสภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
พื้นที่พรุเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เปราะบาง การควบคุมไฟป่าและการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์จะเป็นภารกิจระยะยาวซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐและชุมชนท้องถิ่นร่วมกัน