วันที่ 18 ส.ค. พ.ศ. 2569 จังหวัดนครศรีธรรมราชเปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างเพื่อตรวจค้นและยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิด ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ "ฟ้าสางกลางเมืองคอน" โดยมีนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นประธานพิธีปล่อยแถว ณ ถนนราชดำเนิน สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช
บูรณาการกวาดล้างหลายหน่วยงาน เน้นปิดล้อมตรวจค้น
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินการระหว่างวันที่ 12–26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อปิดล้อมตรวจค้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิด รวมทั้งตรวจสอบการจำหน่ายอาวุธโดยผิดกฎหมายทั้งในพื้นที่และผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์
ในพิธีปล่อยแถวมีการรวมกำลังจากหลายฝ่ายทั้งตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงของจังหวัด รวมถึงฝ่ายปกครองและองค์กรอาสาสมัคร รวมยอดกำลังประมาณ 300 นาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติและลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดเหตุรุนแรงต่อประชาชน
- จุดมุ่งหมายหลักคือการตรวจค้น จับกุม และดำเนินคดีกับผู้ครอบครองหรือจำหน่ายอาวุธผิดกฎหมาย
- เน้นการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามกลุ่มบุคคลหรือเครือข่ายที่เป็นภัยต่อความปลอดภัยสาธารณะ
- บูรณาการร่วมกับฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และมูลนิธิในพื้นที่เพื่อความต่อเนื่องของการป้องกัน
หน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการ
| หน่วยงาน | บทบาท/ความเชี่ยวชาญ |
|---|---|
| ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช | เป็นหน่วยหลักในการตรวจค้นและจับกุม |
| กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 | สนับสนุนการสืบสวนขยายผล |
| ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจท่องเที่ยว ตม. | ตรวจสอบเส้นทางและช่องทางการลำเลียง |
| มณฑลทหารบกที่ 41 และฝ่ายปกครอง | สนับสนุนกำลังและการปิดล้อมพื้นที่ |
| อาสาสมัครและมูลนิธิ | ช่วยเรื่องการจัดการภาคพื้นและการช่วยเหลือหลังปฏิบัติการ |
ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้ว่าการปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งตัดวงจรการครอบครองและการใช้สิ่งที่เป็นอาวุธโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอาชญากรรมรุนแรงที่จะส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
"การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี...ให้ทุกหน่วยเร่งตรวจสอบและกำหนดเป้าหมาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด"
ความหมายต่อความปลอดภัยของชุมชนนครศรีธรรมราช
การระดมตรวจค้นครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ หากการปฏิบัติการสามารถยึดหรือยับยั้งการกระจายอาวุธผิดกฎหมายได้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุรุนแรงและความขัดแย้งท้องถิ่น ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณว่าหน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับมาตรการเชิงรุกเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ผลการปฏิบัติการในเชิงสถิติเกี่ยวกับจำนวนอาวุธที่ยึดได้หรือจำนวนผู้ถูกจับกุมยังไม่ได้เปิดเผยในเบื้องต้น ผู้เกี่ยวข้องจึงยังต้องติดตามรายงานสรุปผลการปฏิบัติการจากตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อประเมินประสิทธิภาพและผลกระทบต่อความปลอดภัยในระยะต่อไป
สำหรับประชาชน เจ้าหน้าที่แนะนำให้ให้ข้อมูลหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการครอบครองหรือการจำหน่ายอาวุธผิดกฎหมายผ่านช่องทางราชการ เพื่อให้การปฏิบัติการมีข้อมูลสนับสนุนและสามารถขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ