สิ่งแวดล้อม ชะอวด นครศรีธรรมราช (66)

กรมอุทยานเร่งตรวจที่ดินป่าพรุควนเคร็ง พบแปลงบุกรุก-ตั้งจุดเฝ้าระวัง 24 ชม.

หลังไฟป่าปะทุในป่าพรุควนเคร็ง สร้างความเสียหายกว่า 1,527 ไร่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ตรวจพบแปลงบุกรุกใหม่ราว 140 ไร่ เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี พร้อมตั้งจุดปฏิบัติงานเฝ้าระวัง 7 จุดตลอด 24 ชั่วโมง

กรมอุทยานเร่งตรวจที่ดินป่าพรุควนเคร็ง พบแปลงบุกรุก-ตั้งจุดเฝ้าระวัง 24 ชม.
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

ความเสียหายจากไฟป่าและมาตรการตรวจสอบ

กรณีไฟป่าปะทุในพื้นที่ ป่าพรุควนเคร็ง ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 13–17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ถูกระบุว่าทำให้ผืนป่าถูกทำลายเป็นบริเวณกว้าง โดยข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุจำนวนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 1,527 ไร่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนความเสี่ยงต่อระบบนิเวศพรุและชุมชนใกล้เคียง

เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำและการลักลอบเผาใหม่ กรมอุทยานฯ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างเข้มงวด รวมทั้งร่วมปฏิบัติกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ปราบปรามการเผาและตรวจสอบแปลงที่ดินต้องสงสัย

การพบแปลงบุกรุกและการดำเนินการทางกฎหมาย

จากการลาดตระเวนร่วม เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าในเขตพื้นที่ตำบลเคร็งมีแปลงที่ดินต้องสงสัยว่าเป็นการบุกรุกเพื่อเตรียมปลูกปาล์มน้ำมัน จำนวน 3 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 140 ไร่ ขณะนี้กรมอุทยานฯ จะเร่งรัดกระบวนการตรวจพิสูจน์สิทธิ์และรวบรวมพยานหลักฐานในแปลงดังกล่าวเพื่อให้สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้

การตรวจสอบสิทธิ์พื้นที่และการรวบรวมข้อมูลหลักฐานถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากพื้นที่ป่าพรุนั้นเกี่ยวข้องกับสถานะทางกฎหมายหลายรูปแบบ ทั้งในด้านสิทธิครอบครองที่ดินและข้อกำหนดการอนุรักษ์

มาตรการป้องกันและการเฝ้าระวัง

กรมอุทยานฯ รายงานว่าปัจจุบันยังไม่พบจุดไฟไหม้ใหม่ แต่พื้นที่ยังมีความเสี่ยงจากไฟใต้ดินสูง จึงได้จัดตั้งจุดปฏิบัติงานเฝ้าระวังสถานการณ์เป็นการชั่วคราวจำนวน 7 จุด เพื่อคอยสังเกตและตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้ทันที โดยจุดเหล่านี้ครอบคลุมหมู่บ้านและจุดสำคัญหลายแห่งภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

  • พื้นที่เสียหายจากไฟป่า: 1,527 ไร่
  • แปลงต้องสงสัยบุกรุก: 3 แปลง รวมประมาณ 140 ไร่
  • จำนวนจุดเฝ้าระวัง: 7 จุด ตลอด 24 ชั่วโมง

คำขอความร่วมมือถึงชุมชน

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและชุมชนในพื้นที่ร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดไฟป่า หลีกเลี่ยงการเผาวัชพืชหรือกิจกรรมใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟในพื้นที่ป่า

ข้อความดังกล่าวสะท้อนความพยายามของหน่วยงานรัฐที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ในการลดปัจจัยเสี่ยง ทั้งการเผาเศษวัชพืช การเผาทำลายซากพืชเพื่อเตรียมปลูก และพฤติกรรมที่อาจก่อประกายไฟโดยไม่ได้ตั้งใจ

ผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนท้องถิ่น

ป่าพรุเป็นระบบนิเวศที่มีความอ่อนไหวและมีหน้าที่สำคัญทั้งด้านการกักเก็บน้ำ การเป็นแหล่งชีวิตของพืชสัตว์บางชนิด และการเป็นแหล่งอาหารและทรัพยากรของชุมชนในพื้นที่ ความเสียหายต่อป่าพรุจึงไม่เพียงส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อความมั่นคงของที่ดินทำกินและวิถีชีวิตของประชาชนใกล้เคียง

ข้อสังเกตและการติดตามต่อไป

การปฏิบัติการในช่วงถัดไปที่กรมอุทยานฯ ระบุคือการตรวจพิสูจน์สิทธิ์และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี ทั้งนี้หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องเร่งฟื้นฟูสภาพป่าพรุที่ได้รับความเสียหายและวางมาตรการป้องกันในระยะยาวควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย

ประเด็น จำนวน/พื้นที่
พื้นที่ป่าพรุที่ถูกไฟไหม้ 1,527 ไร่
แปลงต้องสงสัยบุกรุก 3 แปลง (ประมาณ 140 ไร่)
จุดเฝ้าระวัง 7 จุด (24 ชั่วโมง)

แม้การตั้งจุดเฝ้าระวังและการตรวจสอบแปลงบุกรุกจะเป็นการตอบโต้เชิงรับที่จำเป็น แต่การป้องกันระยะยาวต้องอาศัยการจัดการเชิงพื้นที่ การสร้างความรู้แก่ชุมชน และการบูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานรัฐ องค์กรท้องถิ่น และชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและฟื้นคืนสมดุลของระบบนิเวศป่าพรุควนเคร็งต่อไป

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

66นครศรีธรรมราช

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครศรีธรรมราช ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว