เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช บังคับใช้มาตรการสืบสวนและจับกุมคดียาเสพติด โดยนำกำลังเข้าตรวจค้นบริเวณ ซอยเตาปูน ในตำบลท่าวังและควบคุมตัวชายรายหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่าเป็น นายราชิต อายุ 45 ปี ชาวตำบลคลัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
การปฏิบัติการและของกลาง
ชุดจับกุมระบุว่าสามารถยึดของกลางเป็น ยาบ้าจำนวน 6,000 เม็ด ไว้เป็นพยานหลักฐาน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาหลักเป็นการครอบครองเพื่อจำหน่ายและการเสพสารเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| วัน/เวลาเผยแพร่ | 4 กันยายน พ.ศ. 2569 |
| สถานที่จับกุม | ซอยเตาปูน ตำบลท่าวัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช |
| ผู้ต้องหา | นายราชิต อายุ 45 ปี (ราษฎร ต.คลัง อ.เมือง) |
| ของกลาง | ยาบ้า 6,000 เม็ด |
ชั้นการสืบสวนและผู้บังคับบัญชา
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสั่งการและการอำนวยการของผู้บังคับบัญชาระดับภูธร ภาค 8 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีรายชื่อผู้บังคับบัญชาระบุประกอบการสืบสวน ได้แก่ พล.ต.ต. พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาค 8 (รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช) และรองผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชชุดใหญ่ ทั้งนี้ ชุดจับกุมที่ปฏิบัติหน้าที่นำโดย พ.ต.ท. นรากร เอียดช่วย รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ร่วมกับ พ.ต.ท. วรเศรษฐ์ ศรีใหม่ รองผู้กำกับการสืบสวน และชุดสายตรวจในพื้นที่
ข้อกฎหมายและกระบวนการต่อไป
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติด โดยมีการกล่าวหาทั้งในฐานที่เป็นการมีไว้เพื่อการจำหน่ายซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในหมู่ประชาชน อีกทั้งยังถูกกล่าวหาว่ามีการเสพสารระงับประสาทประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาและของกลางถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ความหมายเชิงสังคมและผลกระทบท้องถิ่น
การยึดยาบ้าจำนวนมากเช่นนี้สะท้อนปัญหาเครือข่ายการลำเลียงและจำหน่ายสารเสพติดที่ยังคงเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของชุมชนและสุขภาวะของเยาวชนในพื้นที่ หากการสืบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ได้สำเร็จ จะเป็นการตัดวงจรการค้าและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดในวงกว้าง
ประชาชนควรรับทราบและปฏิบัติอย่างไร
- หากพบการเคลื่อนไหวต้องสงสัยเกี่ยวกับยาเสพติด ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสายด่วนที่เกี่ยวข้องทันที
- ผู้ปกครองควรเฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติของบุตรหลาน และให้ความรู้เรื่องโทษของยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
- ชุมชนสามารถร่วมมือกับตำรวจในการจัดกิจกรรมเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของสารเสพติดในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าจะมีการขยายผลการสืบสวนหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและจำหน่ายครั้งนี้ต่อไป ทั้งนี้ประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการจำหน่ายหรือการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่สามารถประสานตำรวจภูธรจังหวัดหรือสถานีตำรวจท้องที่เพื่อช่วยเหลือการปราบปราม