เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2569 แกนนำชุมชนในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง นัดรวมพลชาวบ้านเดินทางไปยังปากทางเข้าโครงการ Data Center ในพื้นที่หนึ่งของอำเภอ เพื่อนำหนังสือข้อเรียกร้องและคำถามไปยื่นต่อผู้บริหารโครงการ โดยมีแกนนำหลายคนร่วมขับเคลื่อนความเคลื่อนไหว ได้แก่ นายวุฒิพงษ์ ทับแสง นายประเสริฐ แสงใหญ่ นางเสาวนีย์ วอขวา นางศรีสุดา แซ่ลิ้ม นายธนกิจ ปาอินทร์ นายชวลิต ร่มรื่น นางบุญชู กวัางใหญ่ และกำนันสมทรง แถวโชติ
ข้อเรียกร้องหลักของชุมชน
แกนนำชี้แจงว่าการเคลื่อนตัวของประชาชนนั้นมีจุดประสงค์เพื่อขอคำชี้แจงให้ชัดเจนต่อข้อกังวลต่าง ๆ ไม่ใช่การขับไล่หรือแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อกิจการ แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนและหลักฐานในการตอบรับจากโครงการ โดยประเด็นที่ประชาชนต้องการคำตอบประกอบด้วย
- การใช้พลังงานหลัก โดยเฉพาะไฟฟ้า และผลกระทบต่อการใช้ไฟของครัวเรือนในพื้นที่
- การใช้น้ำและการบริหารจัดการน้ำที่อาจส่งผลต่อการอุปโภคบริโภคของชุมชน
- ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้างและการดำเนินงาน ทั้งการระบายความร้อนและการจัดการของเสีย
- โครงสร้างการจ้างงาน ว่าจะมีการเปิดรับแรงงานท้องถิ่นหรือไม่ และอย่างไร
- มาตรการสนับสนุนชุมชน การส่งเสริมและความช่วยเหลือที่ชัดเจน
- ความปลอดภัยสาธารณะและการเตรียมการรับมือเหตุฉุกเฉินในอนาคต
แกนนำคนหนึ่งชี้แจงว่าประชาชนต้องการคำตอบที่เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นหลักฐานการรับปากจากโครงการและเพื่อความมั่นใจในการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยเน้นว่าประชาชนต้องการทราบว่า "คนบ้านฉางไม่เอา data center" เป็นสัญลักษณ์การยืนยันข้อเรียกร้องหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงการรวมตัวครั้งนี้มุ่งหวังให้มีคำอธิบายที่ชัดเจนมากขึ้น
"การมาวันนี้เราไม่ได้มาขับไล่ เรามาขอคำตอบ ขอให้ผู้บริหารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ชาวบ้านมั่นใจ"
การตอบรับจากผู้แทนโครงการ
ด้านตัวแทนโครงการ ผู้ซึ่งตำแหน่งระบุว่าเป็นนายกรวัฒน์ สุขวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และกิจการสาธารณะ ได้ลงมารับหนังสือข้อเรียกร้องจากตัวแทนชุมชน พร้อมระบุว่ายังไม่สามารถให้คำตอบด้วยวาจาต่อหน้าประชาชนได้ทันที ต้องนำเรื่องเสนอผู้บริหารก่อนและจะตอบเป็นเอกสารกลับมาเพื่อยืนยันต่อชุมชน
การตอบรับเป็นลักษณะการรับหนังสือและนำเรื่องกลับไปพิจารณาเป็นแนวทางที่ชุมชนยอมรับในเบื้องต้น เพราะถือเป็นการตกลงในรูปแบบที่สามารถตรวจสอบได้ แต่ชาวบ้านยังคงต้องการกรอบเวลาที่ชัดเจนและรายละเอียดเชิงเทคนิคมากขึ้นในการติดตามผล
ความกังวลเชิงสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม
ปัญหาการจัดสรรทรัพยากรพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าและน้ำ เป็นหัวใจของข้อกังวล เนื่องจาก Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานมากและต้องการการบริหารจัดการน้ำเพื่อระบายความร้อน ซึ่งชุมชนต้องการทราบว่าโครงการมีมาตรการลดผลกระทบอย่างไร ทั้งในด้านการจัดหาพลังงานจากแหล่งที่ยั่งยืน การใช้ระบบระบายความร้อนที่ไม่สิ้นเปลืองน้ำ และการจัดการของเสียหรือของเหลวงานอันตราย
นอกจากนี้ พื้นที่อุตสาหกรรมและโครงสร้างสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นย่อมมีผลต่อการจ้างงานและสภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ประชาชนต้องการรายละเอียดเรื่องสัดส่วนการจ้างงานคนท้องถิ่น ระยะเวลาจ้าง และหลักเกณฑ์การคัดเลือก เพื่อให้การพัฒนาไม่ได้ทิ้งชุมชนไว้ข้างหลัง
แนวทางที่ชุมชนคาดหวัง
แกนนำและผู้เข้าร่วมเคลื่อนไหวเรียกร้องให้โครงการตอบคำถามเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งเสนอให้มีการเปิดเวทีสาธารณะเพื่อชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคและแผนบริหารจัดการผลกระทบ โดยมีข้อเรียกร้องหลักสรุปเป็นตารางดังนี้
| ข้อเรียกร้อง | รายละเอียดที่ต้องการ |
|---|---|
| พลังงาน | แหล่งที่มาของไฟฟ้า แผนรองรับความต้องการไฟฟ้าไม่ให้กระทบชาวบ้าน |
| น้ำ | ปริมาณการใช้น้ำ แหล่งน้ำที่ใช้ และมาตรการป้องกันผลกระทบ |
| สิ่งแวดล้อม | มาตรการควบคุมการระบายความร้อน ของเสีย และการตรวจติดตามผลกระทบ |
| การจ้างงาน | สัดส่วนการจ้างท้องถิ่น ระยะเวลาจ้าง และการฝึกอบรม |
| การสนับสนุนชุมชน | โครงการ CSR และข้อสัญญาที่ชัดเจนต่อการพัฒนาท้องถิ่น |
การเคลื่อนไหวของชาวบ้านฉางในครั้งนี้สะท้อนความต้องการมีส่วนร่วมและความโปร่งใสในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นบททดสอบของการประสานระหว่างภาคธุรกิจและชุมชนท้องถิ่น หากทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อยุติที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร อาจนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน แต่หากการสื่อสารไม่ชัดเจน ปัญหาความกังวลของชุมชนอาจขยายเป็นความขัดแย้งในระยะยาว
ผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ผู้พัฒนาโครงการ และตัวแทนชุมชนยังคงต้องเดินหน้าต่อด้วยการเปิดพื้นที่รับฟัง มอบข้อมูลเชิงเทคนิค และกำหนดกรอบเวลาการตอบข้อซักถาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความตึงเครียดในพื้นที่ต่อไป
อัจฉรา บุญช่วย
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดระยอง, WE NEWS