วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้บริหารวิทยาลัยเทคนิคจากจังหวัดระยองลงพื้นที่ร่วมสำรวจความเสียหายของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเน้นการประเมินความเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และเครื่องจักรอุปกรณ์การเกษตร เพื่อเตรียมส่งนักเรียน นักศึกษาและครูอาจารย์ของสถาบันเข้าช่วยเหลือในรูปแบบบริการซ่อมแซมฟรีภายใต้โครงการ Fix It – จิตอาสา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
ทีมเทคนิคระยองลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย
รายงานระบุว่า นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง และ นายวีระชัย สมบัติกำไร ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ ลงพื้นที่ชุมชนบ้านร้อง ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำป่าหลาก เข้าท่วม เพื่อสำรวจความเสียหายของอุปกรณ์เครื่องใช้และเครื่องจักรต่างๆ ที่ชาวบ้านนำมารวมไว้ ณ ศาลาชุมชนเพื่อรอการซ่อมแซม
เป้าหมายของการให้บริการและประโยชน์ต่อชุมชน
โครงการ Fix It เป็นการบูรณาการการพัฒนาทักษะของนักเรียน นักศึกษาและครูอาจารย์จากสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่โดยไม่คิดค่าบริการ โดยเฉพาะในเหตุภัยพิบัติที่ทรัพย์สินของชาวบ้านได้รับความเสียหาย การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และเครื่องจักรการเกษตรให้กลับมาใช้งานได้ จะช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาประกอบอาชีพและลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟู
บริการที่เสนอโดยทีมอาชีวศึกษา
- ตรวจเช็กและซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน
- ตรวจสภาพและซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์
- ซ่อมเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรพื้นฐาน
- ให้คำปรึกษาทางเทคนิคเพื่อการฟื้นฟูอาชีพ
การดำเนินการดังกล่าวจะทำร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาอื่น ๆ ที่สังกัด สอศ. จากทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแล้ว ยังเป็นเวทีสำหรับนักศึกษาที่จะได้ฝึกฝนทักษะวิชาชีพและปลูกฝังจิตสาธารณะ
| ประเภทสิ่งของ/บริการ | ความจำเป็นต่อชุมชน |
|---|---|
| เครื่องใช้ไฟฟ้า | คืนความสะดวกในการครัวเรือน ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อใหม่ |
| รถจักรยานยนต์ | ฟื้นฟูการเดินทางและการประกอบอาชีพ |
| เครื่องจักรการเกษตร | ช่วยให้การผลิตทางการเกษตรกลับมาดำเนินได้ |
บทบาทของอาชีวศึกษาในการบรรเทาผลกระทบ
การที่วิทยาลัยเทคนิคระยองและวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยองเข้าร่วมโครงการนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันอาชีวศึกษาในเชิงสังคมมากกว่าการเรียนการสอนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว โดยนอกจากจะเป็นการพัฒนาทักษะวิชาชีพให้แก่นักเรียน นักศึกษาแล้ว ยังเป็นการต่อยอดความรู้เพื่อช่วยชุมชนในภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การมีหน่วยงานที่สามารถให้บริการตรวจเช็กและซ่อมแซมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟู ถือเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ทั้งยังช่วยให้ชุมชนสามารถกลับมาพึ่งพาตนเองได้เร็วขึ้น
ในระยะต่อไป แหล่งข่าวจากสถานศึกษาแจ้งว่า จะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานศึกษาอื่นๆ เพื่อจัดกำลังและอุปกรณ์ให้เพียงพอแก่ความต้องการของพื้นที่ ทั้งนี้การดำเนินงานจะยึดหลักความปลอดภัยและการถ่ายทอดทักษะให้แก่ชุมชนควบคู่กันไป
โครงการเช่นนี้เป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและสังคม เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว