เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ฝ่ายปกครองอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย รับแจ้งเหตุชาวบ้านถูกช้างป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงทำร้าย ขณะไปหาของป่าบริเวณน้ำตกเลยหง่า ส่งผลให้ผู้หนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกซี่โครงและกระดูกแขนหัก
การเข้าช่วยเหลือและการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่ประสานผู้เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ โดยรายงานไปยังนายอำเภอภูหลวง นายอัครเดช เนตรสุวรรณ ก่อนจะมีการระดมกำลังประกอบด้วย อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนอำเภอภูหลวง (อส.อ.ภูหลวง) ชุดที่ 14 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และชาวบ้านท้องถิ่นเข้าไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือ
ทีมช่วยเหลือสามารถนำผู้บาดเจ็บออกจากป่ามายังจุดลำเลียงที่สำนักสงฆ์โพธิ์ธรรม (สำนักสงฆ์ศรีมหาโพธิ์) บ้านเลยตาวตาด หมู่ 2 ตำบลเลยวังไสย์ ซึ่งเป็นปากทางออกจากป่า ก่อนนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลภูหลวง โดยผู้บาดเจ็บมีอาการถูกช้างเหยียบและถูกทำร้ายเป็นเหตุให้กระดูกซี่โครงหักและกระดูกแขนหัก
ผู้บาดเจ็บและบริบทเหตุการณ์
ผู้บาดเจ็บคือ นายอ็อด อายุ 47 ปี และมีผู้ร่วมเดินป่าชื่อ นายธงษา อายุ 42 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งคู่เข้าไปหาของป่าในบริเวณน้ำตกเลยหง่า ขณะที่กำลังปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าวช้างป่าพื้นที่เข้ามาทำร้าย นายอ็อดถูกช้างทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ส่วนนายธงษาสามารถวิ่งหนีออกมาจากจุดเกิดเหตุและไปแจ้งผู้นำชุมชนให้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ
ระยะทางและสภาพจุดเกิดเหตุ
จุดเกิดเหตุอยู่ในเขตป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 10 กิโลเมตร การนำผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง ก่อนจะสามารถนำออกมาถึงจุดลำเลียงได้เมื่อเวลาประมาณ 19.40 น.
| เหตุการณ์ | ข้อมูล |
|---|---|
| วัน-เวลาเกิดเหตุ | 28 ส.ค. พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. |
| ผู้บาดเจ็บ | นายอ็อด อายุ 47 ปี (บาดเจ็บสาหัส) |
| ผู้ร่วมเดินป่า | นายธงษา อายุ 42 ปี (รอดออกมาแจ้งชุมชน) |
| สถานที่ลำเลียง | สำนักสงฆ์โพธิ์ธรรม บ้านเลยตาวตาด หมู่ 2 ต.เลยวังไสย์ |
การแจ้งเตือนและการป้องกันจากฝ่ายปกครอง
อำเภอภูหลวงได้สั่งการให้ผู้นำชุมชนเร่งประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนราษฎรในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเข้าไปหาของป่าในเขตป่าอนุรักษ์ เนื่องจากในช่วงเวลานี้เป็นฤดูกาลที่ช้างป่าออกหากิน ทำให้มีโอกาสเกิดปฏิกิริยาขัดแย้งกับมนุษย์เมื่อพบกันในพื้นที่เดียวกัน
- หลีกเลี่ยงการเดินป่าเป็นรายบุคคล ควรไปเป็นกลุ่มพร้อมผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่
- หากจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ ให้แจ้งผู้นำชุมชนหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนทุกครั้ง
- เดินตามเส้นทางที่เป็นที่รู้จักและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณที่อาจมีช้างออกหากิน
แม้คำแนะนำข้างต้นจะเป็นแนวทางปฏิบัติพื้นฐาน เจ้าหน้าที่ยังคงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและจัดเวรเฝ้าพื้นที่ร่วมกับชุมชนเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำซ้อน ทั้งนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นความเปราะบางของคนในพื้นที่ชายป่าซึ่งต้องพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติเป็นประจำ และความจำเป็นของมาตรการร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชนเพื่อป้องกันความเสี่ยง
ขณะนี้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและฝ่ายปกครองยังคงติดตามสภาพผู้บาดเจ็บและเฝ้าระวังการพบช้างป่าในพื้นที่ใกล้ชุมชน พร้อมทั้งประสานงานการประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบ เพื่อหวังลดการเผชิญหน้าระหว่างคนกับสัตว์ป่าในอนาคต