อุตสาหกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่กำลังเติบโตในประเทศไทยเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ด้านความคุ้มค่าและความปลอดภัย โดยเฉพาะการตั้งศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ชุมชนกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการใช้พลังงานตลอด 24 ชั่วโมงและใช้น้ำจำนวนมากเพื่อการหล่อเย็น ล่าสุดมีความกังวลจากกรณีการเก็บสำรองเชื้อเพลิงในปริมาณสูงที่ย่านรามคำแหง
ข้อเท็จจริงจากการเปิดเผย
ข้อมูลระบุว่าในกรุงเทพมหานครมีดาต้าเซ็นเตอร์อยู่แล้วจำนวน 31 แห่ง และมีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมหลายโครงการบนระดับประเทศ ขณะเดียวกันมีการค้นพบว่าในซอยรามคำแหง 28 เขตบางกะปิ มีการเก็บน้ำมันดีเซลสำรองไว้ภายในอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ปริมาณสูงถึง 429,000 ลิตร ซึ่งเทียบได้กับปริมาณเชื้อเพลิงของปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 3–4 แห่งมารวมกันอยู่ภายในอาคารเดียว
เสียงท้วงจากผู้แทนราษฎร
ผู้แทนราษฎรบางส่วนออกมาตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัย และการกำกับดูแลของกรุงเทพมหานครที่ยังไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยระบุว่าหนึ่งในปัญหาหลักคือยังไม่มีการนิยามทางกฎหมายชัดเจนว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นอาคารประเภทใด ทั้งตามกฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายผังเมือง
“รู้หรือไม่ ที่ data center สร้าง กระจายทั่วกทม. และในหลายๆ จังหวัดแบบไร้การควบคุม ส่วนหนึ่ง ก็เพราะยังไม่มีการนิยามว่า data center เป็นอาคารประเภทใด … นี่จึงทำให้มีการสร้าง data center มั่วไปหมด”
จากความไม่ชัดเจนดังกล่าว ดาต้าเซ็นเตอร์จึงถูกจัดประเภทอาคารหลากหลายรูปแบบ ทั้งอ้างเป็นคลังสินค้า สำนักงาน หรืออาคารพาณิชย์ ส่งผลให้การกำกับดูแลและการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยแตกต่างกันและอาจเกิดช่องโหว่
ความเสี่ยงที่ชุมชนต้องเผชิญ
การเก็บน้ำมันดีเซลปริมาณมากในอาคารที่อยู่ใกล้ชุมชนก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงสาธารณภัย หากเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ทั้งด้านอัคคีภัย การระเบิด หรือมลพิษจากการรั่วไหลของเชื้อเพลิง
- ปริมาณเชื้อเพลิงที่เก็บไว้สูงถึง 429,000 ลิตร
- การขาดนิยามทางกฎหมายทำให้การจัดประเภทอาคารไม่เป็นเอกภาพ
- การใช้ไฟฟ้าและน้ำในดาต้าเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก สร้างภาระต่อสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม
ความรับผิดชอบของหน่วยงานกำกับ
ผู้แทนราษฎรได้ยกเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 และเรียกร้องให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งกำหนดนิยามของดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงให้กรุงเทพมหานครบังคับใช้มาตรการผ่านการแก้ไขผังเมือง แต่สองปีผ่านไปยังไม่มีความคืบหน้าตามที่ร้องขอ
ผลทางนโยบายและข้อเรียกร้อง
ข้อเรียกร้องหลักที่ถูกเสนอมีดังนี้
- กำหนดนิยามทางกฎหมายของดาต้าเซ็นเตอร์ในบริบทกฎหมายอาคารและผังเมือง
- ปรับปรุงกฎระเบียบการเก็บสำรองเชื้อเพลิงและมาตรฐานการติดตั้งระบบความปลอดภัย
- เพิ่มการตรวจสอบและอนุญาติก่อนการก่อสร้างในเขตชุมชนหนาแน่น
| หัวข้อ | ข้อมูลจากแหล่งข่าว |
|---|---|
| จำนวนดาต้าเซ็นเตอร์ใน กทม. | 31 แห่ง |
| ปริมาณน้ำมันดีเซลสำรองที่พบ | 429,000 ลิตร (ซอยรามคำแหง 28 เขตบางกะปิ) |
| ปีที่ยกเรื่องเข้ากมธ. | พ.ศ. 2567 |
ผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งที่ควรรู้
สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง ควรติดตามการแจ้งเตือนจากหน่วยงานท้องถิ่นและกำกับดูแลความปลอดภัย เช่น การวางแผนอพยพและแหล่งรับมือเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบสิ่งแวดล้อมหากเกิดการรั่วไหล และการประสานงานกับชุมชนในการเฝ้าระวัง
การขยายตัวของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์มีทั้งมิติของการลงทุนและความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน หากรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งกำหนดกรอบกฎหมายและการกำกับดูแลที่ชัดเจน ปัญหาเรื่องความปลอดภัยและภาระต่อสาธารณูปโภคอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในเมืองหลวงโดยตรง
รายงานข่าวนี้รวบรวมจากการเปิดเผยของผู้แทนราษฎรและข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนที่หน่วยงานท้องถิ่นและผู้บริหารเมืองควรพิจารณาอย่างเร่งด่วน