โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Stroke) ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สร้างภาระทั้งต่อชีวิตผู้ป่วย ครอบครัว และระบบบริการสุขภาพของประเทศ โดยข้อมูลปี พ.ศ.2567 ระบุว่ามีผู้ป่วยสะสมประมาณ 3.6 แสนราย ในภาพรวม การรู้สัญญาณเตือนและการเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็วคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการสูญเสียและความพิการ
การเชื่อมต่อตั้งแต่บ้านถึงห้องฉุกเฉิน
เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วย โรงพยาบาลระยองได้พัฒนาระบบบริการที่เรียกว่า Stroke Fast Track ซึ่งออกแบบให้เชื่อมโยงตั้งแต่การสร้างความรู้ในชุมชน การประสานสายด่วนฉุกเฉิน การส่งต่อข้อมูลล่วงหน้า ไปจนถึงการวินิจฉัยและให้การรักษาในโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ระบบนี้มุ่งลดขั้นตอนและเวลาที่ไม่จำเป็น เช่น การแจ้งสายด่วน การประเมินอาการเบื้องต้น การถ่ายภาพด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์เอกซเรย์สมองทันทีเมื่อมาถึงโรงพยาบาล และการพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดในกรณีที่เหมาะสม ซึ่งทุกนาทีที่ผ่านไปมีผลต่อการสูญเสียเซลล์สมอง
“โรงพยาบาลระยองจึงพัฒนาระบบ ‘Stroke Fast Track’ หรือบริการทางด่วนโรคหลอดเลือดสมอง โดยเริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน ผ่านการรับรู้สัญญาณเตือน การประสานสายด่วนเจ็บป่วยฉุกเฉิน 1669 การประเมินและส่งต่อข้อมูลล่วงหน้า เพื่อให้ทีมแพทย์และบุคลากรเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนผู้ป่วยมาถึง เมื่อถึงโรงพยาบาลสามารถเข้าสู่การประเมิน ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง และพิจารณาการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนและเวลาที่ไม่จำเป็น โดยระบบนี้เชื่อมโยงเครือข่ายบริการทั้งจังหวัด”
โครงข่ายบริการในจังหวัด
ในปัจจุบันมีโรงพยาบาลในจังหวัดระยองที่สามารถให้การรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดได้ 6 แห่ง จากทั้งหมด 9 แห่ง ซึ่งสะท้อนการกระจายบริการที่ยังมีช่องว่างในการเข้าถึงในบางพื้นที่ การเชื่อมโยงข้อมูลล่วงหน้าเมื่อมีผู้ป่วยถูกนำส่งมายังโรงพยาบาลที่มีความพร้อม จึงเป็นหัวใจสำคัญของระบบนี้
| องค์ประกอบระบบ | รายละเอียด |
|---|---|
| การสร้างความรู้ | ให้ประชาชนรู้สัญญาณเตือน B.E. F.A.S.T. |
| การแจ้งเหตุ | ประสานสายด่วนฉุกเฉิน 1669 |
| การส่งต่อข้อมูล | ส่งข้อมูลล่วงหน้าให้ทีมแพทย์เตรียมพร้อม |
| การรักษา | ประเมินด้วยซีที สแกน และพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือด |
นวัตกรรมช่วยลดเวลา คือ ‘รถอัมพาตเคลื่อนที่’
เพื่อเสริมการให้บริการ โรงพยาบาลระยองได้นำรถอัมพาตเคลื่อนที่หรือ Mobile Stroke Unit (MSU) มาใช้ในการประเมินผู้ป่วยนอกสถานพยาบาล ช่วยให้การตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นและการพิจารณารักษาบางกรณีสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ยังอยู่ในพื้นที่ส่งตัว
การนำนวัตกรรมมาใช้ร่วมกับเครือข่ายจะช่วยย่นระยะเวลาและเพิ่มโอกาสในการให้การรักษาที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่ยังสามารถลดการสูญเสียทางสมรรถภาพได้มากที่สุด
การป้องกันยังสำคัญไม่แพ้การรักษา
แพทย์เน้นย้ำว่าภาวะหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการ เช่น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ และภาวะอ้วน การควบคุมปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นส่วนสำคัญของมาตรการป้องกัน
- สัญญาณเตือนสำคัญ: B.E. F.A.S.T. (การทรงตัว การมองเห็น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด)
- เมื่อสงสัย: รีบโทร.แจ้งสายด่วนฉุกเฉินหมายเลข 1669
- สำหรับชุมชน: เพิ่มการเผยแพร่ความรู้และการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง
การพัฒนาระบบนี้ของโรงพยาบาลระยองแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการลดช่องว่างการเข้าถึงการรักษาฉุกเฉินและช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การลดภาระของโรคนี้ในระยะยาวต้องอาศัยทั้งการป้องกันในชุมชน การควบคุมปัจจัยเสี่ยง และการขยายความพร้อมของหน่วยบริการในพื้นที่ให้ครอบคลุมมากขึ้น
ผลงานเบื้องต้นของระบบนี้ยังเป็นต้นแบบที่ควรขยายผลและติดตามผลต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลด้านการลดความพิการและการเสียชีวิต รวมทั้งความคุ้มค่าทางสาธารณสุขในภาพรวมของจังหวัด