ชุมชนสองพี่น้อง เขตเทศบาลนครระยองตั้งข้อสงสัยและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบระบบกล้องวงจรปิดของเทศบาล หลังพบว่ากล้องในพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้หลายจุดจนเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนคดีทารกแรกคลอดถูกนำมาทิ้งไว้ในถังขยะ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนต้องขอความร่วมมือภาพจากกล้องของประชาชนเพื่อใช้เป็นเบาะแสแทน
เหตุการณ์สะเทือนใจ จุดเริ่มต้นของการตั้งคำถาม
เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านและประธานชุมชนสองพี่น้องว่า พื้นที่สวนสาธารณะและถนนในชุมชนมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจากเทศบาลนครระยองและโครงการกองทุนไฟฟ้า แต่เมื่อเกิดเหตุสำคัญ กลับไม่สามารถนำภาพจากกล้องเหล่านั้นมาใช้ในการสืบสวนได้ งานนี้ทำให้ตำรวจชุดสืบสวนของสถานีตำรวจภูธรเมืองระยองต้องขอภาพจากกล้องที่ติดตั้งโดยประชาชนในย่านใกล้เคียงแทน
ชุมชนกังวลระบบรักษาความปลอดภัยถูกทิ้งร้าง
นายวันเพ็ญ อายุ 60 ปี หนึ่งในผู้อยู่อาศัยบริเวณสวนสาธารณะ เผยว่าทางเทศบาลได้จัดพื้นที่สวนป่าสิริกิติ์เป็นสวนสาธารณะ พร้อมติดป้ายประกาศเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย รวมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ แต่เมื่อเกิดเหตุสำคัญกลับไม่สามารถใช้ภาพกล้องของเทศบาลได้ เขากล่าวว่าไม่ได้เห็นเจ้าหน้าที่เทศบาลเข้ามาตรวจสอบหรือซ่อมแซมกล้องที่ชำรุดอย่างจริงจัง
“กล้องของเทศบาลเพิ่งติดตั้งในหลายชุมชน ใช้งบประมาณหลายล้านบ
ขณะที่นายนิมิตร มากศิริ ประธานชุมชนสองพี่น้อง ระบุว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนว่าสถานะของกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครระยองและกล้องที่ติดตั้งจากงบกองทุนไฟฟ้าชำรุดไม่สามารถตรวจสอบภาพได้ในหลายจุด โดยมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่ากล้องของเทศบาลเสียมากกว่า 60 จุด
ผลกระทบต่อการสืบสวนและความปลอดภัยของชุมชน
การที่กล้องวงจรปิดจำนวนมากไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้การสืบสวนคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ล่าช้าและยากขึ้น ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งบประมาณอย่างเป็นทางการ แต่ชาวบ้านมองว่าเมื่อใช้ทรัพยากรในการติดตั้งกล้องเพื่อสร้างความปลอดภัยแล้ว ต้องมีการบำรุงรักษาและติดตามผลให้เป็นรูปธรรม
สิ่งที่ชุมชนต้องการจากเทศบาล
ชาวบ้านและผู้นำชุมชนเรียกร้องให้เทศบาลนครระยองดำเนินการดังนี้
- ตรวจสอบสภาพและการเชื่อมต่อของกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
- จัดทำรายงานงบประมาณการติดตั้งและการบำรุงรักษาเพื่อความโปร่งใส
- จัดตั้งทีมบำรุงรักษาหรือสัญญาบริการที่ชัดเจนกับผู้รับผิดชอบระบบ
- ประสานงานกับสถานีตำรวจเพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลภาพจากกล้องเป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ
ข้อมูลเชิงตัวเลขที่เปิดเผย
| ประเด็น | ข้อมูลที่ชาวบ้านแจ้ง |
|---|---|
| จำนวนจุดกล้องที่ชำรุด | มากกว่า 60 จุด |
| งบประมาณการติดตั้ง | ระบุว่าใช้เป็นจำนวน หลายล้านบาท |
มุมมองการบริหารจัดการและผลต่อความเชื่อมั่น
การลงทุนติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่สาธารณะมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัยและเป็นเครื่องมือช่วยงานของฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง แต่หากระบบไม่สามารถทำงานได้หรือไม่มีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับทำให้ชาวบ้านสูญเสียความเชื่อมั่น และอาจนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนในการจัดซื้อหรือซ่อมแซมในระยะยาว
ข้อเสนอเชิงปฏิบัติการสำหรับเทศบาล
สำหรับหน่วยงานท้องถิ่น การตั้งระบบบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ การเปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณ และการมีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านอย่างชัดเจน จะช่วยลดข้อครหาและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ ทั้งนี้ ชุมชนยังคงต้องการคำชี้แจงที่ชัดเจนจากเทศบาลนครระยองเกี่ยวกับสาเหตุการชำรุดและมาตรการแก้ไขในระยะสั้น-ระยะยาว
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างนโยบายสาธารณะกับการปฏิบัติจริงในระดับท้องถิ่น หากไม่มีการติดตามและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอาจกลายเป็นทรัพยากรที่สูญเปล่าและไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน