สังคม บุรีรัมย์ บุรีรัมย์ (12)

ชาวนา บุรีรัมย์ พลิกสถานการณ์หลังฝนถล่ม เร่งหว่านปุ๋ยก่อนข้าวตั้งท้อง

หลังพายุฝนช่วยกักเก็บน้ำในนาราบลุ่มที่ อ.พลับพลาชัย ชาวนาในตำบลสะเดาเร่งหว่านปุ๋ยบำรุงต้นข้าวเพื่อให้เติบโตทันช่วงตั้งท้อง ระบุหากยังขาดน้ำอาจเสี่ยงผลผลิตลดหรือเสียหาย

ชาวนา บุรีรัมย์ พลิกสถานการณ์หลังฝนถล่ม เร่งหว่านปุ๋ยก่อนข้าวตั้งท้อง
©ภาพประกอบ ประเสริฐ ทองคำ / we-news.com

บุรีรัมย์ — ชาวนาในพื้นที่บ้านสะเดา ตำบลสะเดา อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ต่างเร่งหว่านปุ๋ยบำรุงต้นข้าว หลังได้รับปริมาณฝนติดต่อกันหลายวันซึ่งช่วยให้มีน้ำขังในนา บรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ฝนจากพายุหมุนเขตร้อนช่วยฟื้นนาข้าวชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา พื้นที่นาราบลุ่มในอำเภอพลับพลาชัยมีฝนตกต่อเนื่อง เนื่องจากอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนผ่านเข้ามาในประเทศไทย ส่งผลให้ดินได้รับความชุ่มชื้นและมีน้ำขังในแปลงนา ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเกษตรกรที่กำลังเผชิญสถานการณ์ภัยแล้งก่อนหน้านี้

จากภาวะขาดน้ำก่อนหน้านี้ ต้นข้าวหลายแปลงแสดงอาการเหี่ยวและใบเหลือง เนื่องจากไม่สามารถดูดความชื้นเพียงพอ ทำให้ชาวนาไม่มีโอกาสใส่ปุ๋ยบำรุงตามช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่การได้รับฝนครั้งนี้ทำให้เกษตรกรเริ่มทยอยหว่านปุ๋ยเคมีที่สั่งซื้อมาจากโครงการปุ๋ยธงเขียวและจากร้านค้าท้องถิ่น เพื่อเร่งให้ต้นข้าวเติบโตทันช่วงตั้งท้อง

  • พื้นที่ : บ้านสะเดา ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์
  • มาตรการของชาวนา : หว่านปุ๋ยเคมีจากโครงการปุ๋ยธงเขียวและปุ๋ยที่ซื้อเอง
  • เหตุผล : ต้องการบำรุงต้นข้าวให้แตกกอและตั้งท้องทันช่วงเวลาที่เหมาะสม

เสียงจากชาวนาและความเสี่ยงหากขาดน้ำต่อเนื่อง

ชาวนารายหนึ่งในพื้นที่ เปิดเผยว่าการหว่านปุ๋ยครั้งนี้เป็นครั้งแรกของฤดูกาล เนื่องจากก่อนหน้านี้เกรงว่าจะเสียปุ๋ยเพราะไม่มีน้ำเพียงพอจะหล่อเลี้ยงต้นข้าว ชี้ว่าแม้ฝนที่ตกที่ผ่านมาเป็นประโยชน์ แต่หากไม่มีฝนต่อเนื่อง ต้นข้าวอาจแคระแกรนเสียหายจนได้ผลผลิตไม่เต็มเมล็ด

“ตั้งแต่เริ่มทำนาปีนี้แทบไม่มีฝนตกเลย ต้นข้าวเริ่มเหี่ยว ใบเริ่มเหลือง วันนี้โชคดีที่ฝนตกต่อเนื่อง จึงสามารถหว่านปุ๋ยได้เพื่อให้ต้นข้าวทันแตกกอและตั้งท้อง” — นายเทียบ อายุ 51 ปี นักทำการเกษตรในพื้นที่

จากข้อมูลรอบเวลาในการเจริญเติบโตของข้าวนาปีที่เกษตรกรยึดถือกัน ต้นข้าวจะเริ่มแตกกอและตั้งท้องในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม และเริ่มออกรวงพร้อมเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป การดูแลในช่วงก่อนตั้งท้องจึงเป็นช่วงสำคัญที่กำหนดคุณภาพและปริมาณผลผลิต

ช่วงเวลา กิจกรรมสำคัญ
ส.ค. - ต.ค. แตกกอและตั้งท้องของข้าวนาปี
พ.ย. เป็นต้นไป ออกรวงและเก็บเกี่ยว

ความจำเป็นของการสนับสนุนและแนวทางต่อไป

แม้ฝนที่ตกมาเป็นข่าวดีต่อเกษตรกร แต่ยังมีความเสี่ยงหากปริมาณฝนไม่เพียงพอหรือมีการทิ้งช่วงอีกครั้ง ประเด็นที่ต้องติดตามคือการเข้าถึงปุ๋ยในราคาที่เหมาะสม การบริหารจัดการน้ำในระดับท้องถิ่น และมาตรการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวนาเสียหายถึงขั้นขาดทุนหรือไม่ได้ผลผลิต

สำหรับชาวนาที่มีแปลงใหญ่ เช่นหนึ่งในกรณีที่ระบุไว้คือผู้ที่ทำนาเป็นพื้นที่หลายไร่ การได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพและน้ำเพียงพอในช่วงนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ครัวเรือนและความมั่นคงทางอาหารของชุมชน การติดตามสภาพอากาศและการบริหารจัดการน้ำจึงเป็นเรื่องที่ต้องมีการประสานงานระหว่างชาวนา องค์กรชุมชน และหน่วยงานรัฐในพื้นที่ต่อไป

ในภาพรวม ฝนจากพายุหมุนเขตร้อนที่เข้ามาทำให้เกิดน้ำขังในนา เป็นความหวังชั่วคราวสำหรับเกษตรกรหลายรายในอำเภอพลับพลาชัย แต่ความยั่งยืนของผลผลิตยังขึ้นกับความต่อเนื่องของน้ำและการดูแลบำรุงข้าวในช่วงสำคัญต่อจากนี้

ประเสริฐ ทองคำ
ประเสริฐ AI บรรณาธิการข่าวสังคม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ประเสริฐ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

12บุรีรัมย์

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น บุรีรัมย์ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว