สำนักงานเขตลงพื้นที่ หลังข่าวแพร่บนโซเชียล
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ดร.ณัฐนนท์ วิทยาประโคน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจโซเชียลมีเดีย ระบุว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างครูธุรการของโรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่งกับรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่อำเภอละหานทราย สร้างการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นและสถานะคดี
สำนักงานเขตฯ ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่พบข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอจะยืนยันข้อกล่าวหา ทั้งนี้เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้อยู่ในพื้นที่เนื่องจากติดภารกิจเข้าร่วมสัมมนา ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำนักงานเขตใช้ประกอบการตรวจสอบ
ดร.ณัฐนนท์กล่าวว่า ณ ขณะนี้ยังไม่มีบุคคลที่ได้รับผลกระทบหรือผู้เกี่ยวข้องเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ทำให้สำนักงานเขตฯ ยังไม่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในขั้นตอนต่อไป
“สำนักงานเขตฯ พร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะดำเนินการไปตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา”
ปากคำจากชุมชนและครอบครัว
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่วัดและชุมชนใกล้เคียงที่ถูกอ้างถึงเป็นสถานที่เกิดเหตุ พบว่าชาวบ้าน กรรมการวัด และแม่บ้านของโรงเรียนให้การปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏในภาพเป็นบุคคลที่เดินทางมากับรถยนต์คันหนึ่งซึ่งจอดริมวัดในช่วงเย็นของวันที่ 19 สิงหาคม และไม่มีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา
ส่วนที่บ้านของครูธุรการวัย 29 ปี ผู้สื่อข่าวพบเพียงนายเสริม (นามสมมติ) อายุ 57 ปี พ่อของครู ซึ่งชี้แจงว่า บุตรสาวอาศัยอยู่ในบ้านและไม่มีพฤติกรรมออกนอกบ้านในยามค่ำคืนตามที่ถูกกล่าวหา ขณะที่สามีของครูทำงานในจังหวัดชลบุรีและทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 2 คน
ตารางสรุปเหตุการณ์ (เบื้องต้น)
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 19 ส.ค. 2569 | มีภาพและผู้ถ่ายภาพบริเวณป่าข้างเมรุวัดที่ถูกเผยแพร่ |
| 19 ส.ค. 2569 | รักษาการผอ.เข้าร่วมสัมมนา ไม่อยู่ในพื้นที่ตามข้อมูลของสำนักงานเขต |
| 21 ส.ค. 2569 | ผอ.สำนักงานเขต 3 ชี้แจง ยังไม่มีผู้ร้องเรียนเป็นทางการและยังไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวน |
ความหมายต่อระบบการศึกษาและข้อควรปฏิบัติ
เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนถึงปัญหาการเผยแพร่ข่าวในโซเชียลมีเดียที่อาจกระทบต่อชื่อเสียงบุคคลและความเชื่อมั่นในสถานศึกษา แม้จะไม่พบหลักฐานยืนยันก็ตาม ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครองควรตระหนักถึงขั้นตอนการจัดการข้อกล่าวหา ดังนี้
- หากเห็นข่าวที่อาจเป็นอันตรายต่อบุคคล ควรรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเผยแพร่ต่อ
- ผู้ได้รับผลกระทบควรยื่นคำร้องหรือให้ปากคำต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้หน่วยงานสามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามระเบียบได้
- หน่วยงานที่รับเรื่องควรดำเนินการด้วยความรอบคอบ เป็นธรรม และคำนึงถึงหลักฐานที่ชัดเจนก่อนการลงโทษ
แนวทางของสำนักงานเขตและขั้นตอนต่อไป
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนหากมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ผู้เกี่ยวข้องหากมีหลักฐานหรือผู้เสียหายที่ต้องการให้ตรวจสอบควรยื่นเอกสารหรือมาให้ข้อมูลกับสำนักงานเขตเพื่อให้การสอบสวนสามารถเริ่มต้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นกรณีที่ต้องติดตามความคืบหน้า เมื่อมีการยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการหรือพบหลักฐานที่ชัดเจน สำนักงานเขตฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจนและความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง