สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดบุรีรัมย์ ขยายวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ตามแนวชายแดนกับประเทศกัมพูชา โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสรุปตัวเลขความเสียหายจากเหตุการณ์ฝนตกหนักช่วงวันที่ 23–27 กันยายน พ.ศ. 2569 ว่า ขณะนี้มีชุมชนที่ได้รับผลกระทบใน 6 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 131 ตำบล มากกว่า 1,123 ครัวเรือน และมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบรวม 3,924 ราย.
ผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน
จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าบ้านเรือนหลายหลังยังถูกน้ำท่วมขัง จำนวนบ้านที่น้ำเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยอยู่ที่ประมาณ 184 หลัง นอกจากนี้ถนนสาธารณะได้รับความเสียหายหลายสาย ฝายและสะพานบางแห่งถูกกระทบจนใช้งานไม่ได้ ขณะที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย
การเสียหายด้านการเกษตรและปศุสัตว์
การเกษตรได้รับผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะนาข้าวซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของชุมชนชายแดน มีข้อมูลว่า นาข้าวรวมกันประมาณ 7,015 ไร่ ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีพืชไร่และพืชสวนรวมกว่า 2,256 ไร่ และสวนอีก 211 ไร่ ถูกกระทบ ซึ่งส่งผลต่อผลผลิตในฤดูกาลนี้การเลี้ยงสัตว์และแหล่งเก็บผลผลิตก็ได้รับผลด้วย รายงานระบุว่ามีคอกสัตว์จำนวน 65 แห่ง ยุ้งฉางถูกน้ำท่วม 5 หลัง บ่อปลาได้รับผลกระทบ 24 บ่อ และสัตว์เศรษฐกิจหลายชนิดได้รับความเสียหาย เช่น โคและสุกรรวมกันกว่า 400 ตัว ขณะที่เป็ดและไก่มีจำนวนรวมประมาณ 3,000 ตัว
สภาพแต่ละอำเภอที่ได้รับผลกระทบ
รายละเอียดความเสียหายในระดับอำเภอชี้ให้เห็นถึงความไม่เท่ากันของผลกระทบ โดยเฉพาะอำเภอที่อยู่ใกล้แนวชายแดนได้รับผลกระทบหนักกว่า
- อำเภอเฉลิมพระเกียรติ: เกษตรกรและครัวเรือนได้รับผลกระทบมากที่สุด มีผู้เสียหายถึง 652 ครัวเรือน นาข้าวและพืชไร่รวมกันหลายพันไร่
- อำเภอละหานทราย: ครอบคลุมหลายตำบลและหมู่บ้าน มีทั้งพื้นที่เกษตรและถนนเสียหาย
- อำเภอบ้านกรวด: มีบ้านและถนนได้รับความเสียหายหลายแห่ง
- อำเภออื่น ๆ ได้แก่ ประโคนชัย โนนดินแดง และนางรอง ที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน
| อำเภอ | ครัวเรือนได้รับผล | ข้อมูลสำคัญ (ตัวอย่าง) |
|---|---|---|
| เฉลิมพระเกียรติ | 652 | นาข้าว 2,454 ไร่, ถนนเสียหาย 15 สาย |
| ละหานทราย | 180 | นาข้าวประมาณ 4,000 ไร่, พืชไร่ 1,800 ไร่ |
| บ้านกรวด | 195 | ถนนเสียหาย 3 สาย |
| นางรอง/โนนดินแดง/ประโคนชัย | รวมประมาณ 96 | สะพาน/ถนน/โรงเรียนได้รับผลกระทบ |
มาตรการและความคืบหน้าจากหน่วยงาน
หน่วยงานของจังหวัดได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและประสานการให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง ขณะที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสั่งการให้สำนักงานเกษตรอำเภอเข้าไปช่วยเกษตรกรในด้านการขึ้นทะเบียน เพื่อเตรียมหลักฐานในการขอรับความช่วยเหลือและเยียวยา
หน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนถูกเรียกให้เตรียมแผนรองรับเพื่อไม่ให้ความเสียหายขยายวง โดยให้เกษตรกรปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและติดตามประกาศของหน่วยงานเพื่อลงทะเบียนขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อจำเป็น
ข้อเสนอแนะสำหรับประชาชน
- ติดตามประกาศเตือนภัยจากฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
- ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัย หากต้องอพยพให้ปฏิบัติตามจุดอพยพของท้องถิ่น
- เก็บรวบรวมหลักฐานความเสียหายของทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร เพื่อใช้ประกอบการขอรับความช่วยเหลือ
แม้ปริมาณฝนในบางพื้นที่จะเริ่มลดลงบ้าง แต่หน่วยงานเตือนว่าหากฝนตกต่อเนื่อง ความเสียหายอาจขยายวงกว้างขึ้นได้ โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกและเส้นทางสัญจรที่เสี่ยงต่อการถูกตัดขาด ชาวบ้านในพื้นที่จึงยังต้องเฝ้าระวังและเตรียมตัวรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง