อาชญากรรม บุรีรัมย์ บุรีรัมย์ (12)

ชาวบุรีรัมย์แจ้งความขโมยข้าวเปลือก เหยื่ออดตายหวังเก็บไว้กินทั้งปี

หญิงชราวัย 74 ปี ในตำบลลุมปุ๊ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ แจ้งความหลังถูกคนร้ายขโมยข้าวเปลือก 8 กระสอบ เหลือไว้ 1 กระสอบ คาดหากนำขายจะได้เงินประมาณ 6,400 บาท ผู้ใหญ่บ้านเตือนชาวบ้านเพิ่มความระมัดระวัง

ชาวบุรีรัมย์แจ้งความขโมยข้าวเปลือก เหยื่ออดตายหวังเก็บไว้กินทั้งปี
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม บุคคลในหมู่บ้านหนองคูณพัฒนา หมู่ 19 ตำบลลุมปุ๊ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ได้แจ้งความกับสถานีตำรวจภูธรหนองสองห้อง หลังเกิดเหตุคนร้ายลักทรัพย์ข้าวเปลือกของชาวบ้านรายหนึ่ง โดยผู้เสียหายเป็นหญิงสูงอายุ อายุ 74 ปี ซึ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตจากแปลงนาเพื่อเป็นเสบียงบริโภคให้ครอบครัวตลอดทั้งปี

รายละเอียดเหตุการณ์และความเสียหาย

ผู้เสียหายได้เก็บข้าวเปลือกจากพื้นที่ทำกินซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ นำบรรจุเป็นกระสอบและนำไปเก็บไว้ภายในบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก เมื่อเดินมาตรวจสอบพบว่า ประตูหลังบ้านเปิดอ้า และภายในห้องเก็บข้าวว่างเปล่า พบกระสอบข้าวเปลือกหายไป 8 กระสอบ เหลือไว้เพียง 1 กระสอบ ซึ่งผู้เสียหายระบุว่าไม่ได้เก็บไว้เพื่อจำหน่าย แต่เพื่อเป็นเสบียงของครอบครัว

  • จำนวนกระสอบข้าวที่เก็บไว้ทั้งหมด: 9 กระสอบ
  • จำนวนกระสอบที่หายไป: 8 กระสอบ
  • มูลค่าประเมินหากนำไปขาย: ประมาณ 6,400 บาท
รายการ จำนวน
กระสอบข้าวที่เก็บไว้ 9 กระสอบ
กระสอบที่หายไป 8 กระสอบ
มูลค่าประเมิน (หากขาย) ประมาณ 6,400 บาท

ความรู้สึกผู้เสียหายและการตอบรับของชุมชน

ผู้เสียหายระบุว่ารู้สึกเสียใจที่ข้าวซึ่งตั้งใจเก็บเป็นเสบียงสำหรับครอบครัวตลอดปีถูกขโมยไป และได้เดินทางไปแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ขณะเดียวกันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ประกาศเตือนให้ชาวบ้านช่วยกันระวังทรัพย์สิน หลังจากพบว่าช่วงหลังมีเหตุลักทรัพย์เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหมู่บ้าน

"รู้สึกเสียใจ"

มุมกฎหมายและข้อพิจารณา

กรณีการลักทรัพย์ในพื้นที่ชุมชนชนบทเช่นนี้ มีลักษณะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเรื่องการลักทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายได้ใช้ช่องทางการแจ้งความเพื่อให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนเก็บหลักฐานและติดตามผู้กระทำความผิดต่อไป สำหรับชาวบ้าน การรายงานเหตุและการให้ข้อมูลที่ชัดเจน เช่น เวลา สถานที่ รูปพรรณคนเห็นต้องสงสัย หรือภาพจากกล้องวงจรปิด (หากมี) จะช่วยให้การสืบสวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากการดำเนินคดีทางอาญาแล้ว การป้องกันเชิงชุมชนยังเป็นสิ่งจำเป็น ข้อปฏิบัติพื้นฐานที่ชุมชนสามารถร่วมกันทำได้ เช่น การจัดเวรยาม การติดตั้งระบบล็อกที่มีประสิทธิภาพ การเก็บทรัพย์สินสำคัญไว้ในที่ปลอดภัยหรือในที่ที่มีคนสังเกตเห็นง่าย และการแจ้งเตือนเพื่อนบ้านเมื่อพบความผิดปกติ

ผลกระทบต่อครอบครัวและข้อเรียกร้อง

เหตุการณ์นี้สะท้อนผลกระทบเชิงเศรษฐกิจต่อครอบครัวที่พึ่งพาการเก็บเกี่ยวเป็นแหล่งอาหารสำคัญ ภาระของผู้สูงอายุที่ต้องทำงานลำพังยิ่งเพิ่มความเปราะบางต่ออาชญากรรมในชุมชน ผู้ใหญ่บ้านจึงได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการลาดตระเวนและให้ความรู้แก่ชาวบ้านเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเบื้องต้น

สำหรับประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือภาพจากกล้องวงจรปิดที่อาจช่วยสืบสวนขอให้ประสานงานกับสถานีตำรวจภูธรหนองสองห้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

12บุรีรัมย์

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น บุรีรัมย์ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว