เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569 พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ สั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผลเหตุพบการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่อาจเข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หลังจากตรวจสอบข้อมูลเชื่อมโยงไปยังพื้นที่อื่นในภูมิภาค
การปฏิบัติการครั้งนี้มีการประสานงานและกำกับดูแลโดยผู้บริหารงานสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รองผู้บังคับการ (ด้านสืบสวนสอบสวน) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ รองผู้บังคับการ พ.ต.อ.ยุทธพงศ์ รอดนวล ผู้กำกับการสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวนระดับพื้นที่ร่วมปฏิบัติ
ยึดของกลางที่นครนายก
จากการประสานกับเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองนครนายก ตัวแทนชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นพื้นที่ตลาดโรงเกลือ ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ผลการตรวจสอบพบเสื้อกีฬาที่ติดเครื่องหมายการค้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมทั้งสิ้น 438 ตัว โดยแยกเป็นชุดจำนวน 417 ตัว และชุดขนาดเล็กอีก 21 ตัว เจ้าหน้าที่จึงอายัดสิ่งของทั้งหมดเพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบต่อไป
ของกลางที่ยึดได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบว่าเครื่องหมายการค้าที่ติดบนสินค้าเหล่านี้มีการใช้โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิหรือไม่ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
การทำงานเชิงข่าวกรองและแนวทางบังคับใช้กฎหมาย
พล.ต.ต.วรายุส์ ระบุว่าหลังได้รับแจ้งความร้องทุกข์ ตำรวจได้ลงพื้นที่สืบสวนเชิงรุกโดยเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารข้ามพื้นที่ เพื่อปฏิบัติตามหลักนิติรัฐและความเป็นธรรม โดยมีเป้าหมายคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้อง
การตรวจยึดครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะมีการตรวจสอบรายละเอียดเช่นแหล่งที่มา การนำเข้า การจำหน่าย และการมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าอย่างถูกต้อง ก่อนพิจารณาว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้เกี่ยวข้องหรือไม่
- จำนวนเสื้อที่ยึดได้ทั้งหมด: 438 ตัว
- แบ่งเป็นชุดใหญ่: 417 ตัว
- ชุดขนาดเล็ก: 21 ตัว
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันที่รายงาน | 10 กันยายน พ.ศ. 2569 |
| สถานที่ยึด | ตลาดโรงเกลือ ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก |
| จำนวนของกลาง | 438 ตัว |
การนำเครื่องหมายการค้ามาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีทั้งบทลงโทษทางแพ่งและอาญา ขึ้นกับการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในคดี เจ้าหน้าที่จึงต้องรวบรวมข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการทางคดี
ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าถูกต้องตามกฎหมาย และเจ้าของเครื่องหมายการค้า เพราะการละเมิดอาจก่อให้เกิดความเสียหายด้านภาพลักษณ์ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และความคลาดเคลื่อนต่อมาตรฐานสินค้าที่ผู้บริโภคคาดหวัง
ผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนระบุว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะตามความเหมาะสมเมื่อมีความชัดเจนของพยานหลักฐาน
ประชาชนที่มีเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่อาจละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถประสานข้อมูลกับหน่วยงานตำรวจพื้นที่หรือใช้ช่องทางร้องเรียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนและคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นระบบ