กรณีเพจนักสืบเอกชนชื่อดังเผยแพร่คลิปและภาพที่อ้างว่าเป็นหลักฐานการมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างครูธุรการของโรงเรียนแห่งหนึ่งกับรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน บริเวณป่าข้างเมรุเผาศพภายในวัดหนองโบสถ์ ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เวลาโดยประมาณ 17.00–18.00 น. สร้างความตื่นตัวในสังคมออนไลน์และทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง
สำนักงานเขตลงพื้นที่แต่ยังไม่ตั้งคณะสอบ
วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ดร.ณัฐนนท์ วิทยาประโคน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 เปิดเผยว่า หลังจากกระแสข่าวแพร่หลาย ทางสำนักงานเขตได้ลงพื้นที่สืบเสาะหาข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่พบความผิดปกติหรือหลักฐานยืนยันที่ชัดเจน และณ วันเกิดเหตุ รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนเนื่องจากเดินทางไปเข้าร่วมการสัมมนา
"ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้องมายื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ"
ผู้อำนวยการเขตยังยืนยันว่าหากมีการยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการสำนักงานเขตพร้อมให้ความเป็นธรรมและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องลักษณะนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องสอบสวนด้วยความรอบคอบ
ชาวบ้าน-ญาติยืนยันภาพไม่ตรงข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังวัดหนองโบสถ์และบ้านพักของครูธุรการที่ถูกพาดพิง พบว่าชาวบ้าน กรรมการวัด และแม่บ้านของโรงเรียนแสดงความไม่สบายใจต่อข่าวที่เผยแพร่ โดยส่วนใหญ่ระบุว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปและภาพนั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
นายเสริม (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี ผู้เป็นบิดาของครูธุรการ ให้ข้อมูลว่า บุตรสาวอาศัยอยู่กับครอบครัวหลังเดียวกัน และตนไม่เคยพบว่าลูกสาวมีพฤติกรรมออกไปในยามวิกาลตามที่ถูกกล่าวอ้าง ขณะที่สามีของลูกสาวทำงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ปี และคนเล็กอายุ 7 เดือน
บิดาผู้เสียหายยังตั้งข้อสังเกตถึงการจ้างนักสืบเอกชนว่าเป็นเรื่องที่ควรนำเงินมาดูแลครอบครัวจะเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีรถยนต์เก๋งสีดำมาจอดใกล้บริเวณวัดและมีผู้ลงถ่ายภาพ แต่บุคคลที่ปรากฏในภาพเป็นผู้มากับรถคันนั้น ไม่ใช่การออกจากบ้านของครูธุรการตามที่ถูกอ้าง
ผลกระทบต่อโรงเรียนและแนวทางการดูแลเด็ก
กรณีข่าวลักษณะนี้มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของโรงเรียนทั้งในด้านความเชื่อมั่นของผู้ปกครองและสภาพจิตใจของบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กเล็กเกี่ยวข้อง การจัดการของสำนักงานเขตจำเป็นต้องคงความเป็นธรรมและความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- การดำเนินการของเขต — สืบหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น ยังไม่พบหลักฐานยืนยันความผิด
- ความเป็นส่วนตัว — ควรรักษาสิทธิของผู้เกี่ยวข้องจนกว่าจะมีการร้องเรียนและหลักฐานชัดเจน
- การดูแลเด็ก — ผู้ปกครองและโรงเรียนควรให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจของเด็กที่อาจได้รับผลกระทบจากข่าว
มาตรการที่ผู้เกี่ยวข้องควรพิจารณา
ในกรณีที่มีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ผู้บริหารเขตจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามขั้นตอน ขณะเดียวกันผู้เกี่ยวข้องควรใช้ช่องทางทางกฎหมายและระบบราชการเพื่อจัดการข้อพิพาท แทนการเผยแพร่เรื่องราวผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว
| ประเด็น | สถานะปัจจุบัน |
|---|---|
| การลงพื้นที่ของเขต | ดำเนินการสืบเสาะเบื้องต้น |
| การตั้งคณะกรรมการสอบสวน | ยังไม่ได้ตั้ง (รอการร้องเรียนอย่างเป็นทางการ) |
| หลักฐานที่เผยแพร่ในสื่อ | ยังไม่ชัดพอเป็นหลักฐานยืนยัน |
สำหรับประชาชนที่เห็นคลิปหรือภาพในสื่อสังคมออนไลน์ หากเห็นว่าตนได้รับความเสียหายหรือเป็นผู้เสียหายโดยตรง ควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการและให้กระบวนการสอบสวนดำเนินไปตามหลักกฎหมายและระเบียบราชการ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 กล่าวว่า จะติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิดและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากมีการยื่นเรื่องร้องเรียนเข้ามา ทางเขตจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป