จังหวัดเชียงรายเดินหน้าขออนุมัติใช้งบกลางเพื่อดำเนินการรื้อถอนอาคารที่กีดขวางลำน้ำสายและก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมแบบชั่วคราวกึ่งถาวร วงเงินรวม 39,367,300 บาท โดยขณะนี้ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์เป็นที่ตั้งโครงการแล้ว แต่ยังต้องผ่านขั้นตอนด้านงบประมาณและการตรวจสอบแนวเขตชายแดนก่อนเริ่มดำเนินงานจริง
ความคืบหน้าด้านงบประมาณและพื้นที่
ตามแผน จังหวัดได้จัดทำหนังสือเสนอของบจากรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น (งบกลาง) ผ่านสำนักงบประมาณ เพื่อนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ทั้งนี้การได้รับอนุญาตใช้พื้นที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ถือเป็นก้าวสำคัญ แต่ไม่ใช่การอนุมัติให้เริ่มรื้อถอนทันที เนื่องจากยังมีประเด็นความมั่นคงด้านแนวเขตชายแดนที่ต้องชี้ชัดก่อน
พื้นที่บางช่วงริมลำน้ำสายมีลักษณะเป็นพื้นที่ชายแดนติดประเทศเมียนมา จังหวัดจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ตรวจสอบแผนที่และแนวเขตให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทหรือผลกระทบด้านความมั่นคงระหว่างประเทศก่อนการทำงานภาคสนาม
เหตุผลโครงการและโจทย์เชิงปฏิบัติ
ที่มาของโครงการมาจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่แม่สาย ซึ่งเผยให้เห็นจุดคอขวดของลำน้ำที่ลดประสิทธิภาพการระบาย ปัจจุบันจึงตั้งเป้ารื้อถอนสิ่งกีดขวางและทำแนวป้องกันชั่วคราวกึ่งถาวรเพื่อบรรเทาความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ต้องเผชิญอย่างน้อยสามโจทย์พร้อมกัน ได้แก่
- ปรับปรุงทางน้ำให้สามารถระบายน้ำได้ดีขึ้น
- จัดสรรงบประมาณและผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ยืนยันและกำหนดแนวเขตชายแดนให้ชัดเจนก่อนปฏิบัติงาน
นอกจากนั้น ยังต้องพิจารณามาตรการเยียวยาและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการรื้อถอนอาคารและการก่อสร้างแนวป้องกัน เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาหนึ่งสร้างปัญหาใหม่ให้ชุมชนริมลำน้ำ
การประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในการประชุมติดตามความคืบหน้าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมกันนี้ จังหวัดยังเตรียมจัดเตรียมข้อมูลและข้อเท็จจริงสำหรับการนำเสนอขออนุมัติจากส่วนกลาง
นอกจากนี้ สภาผู้แทนราษฎรมีแผนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งการตรวจสอบด้านการบริหารจัดการงบประมาณและผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น
ตารางสรุปสถานะโครงการ
| หัวข้อ | สถานะ/ข้อมูล |
|---|---|
| งบประมาณ | 39,367,300 บาท (ขอใช้งบกลาง) |
| การใช้พื้นที่ | ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุ |
| แนวเขตชายแดน | ต้องตรวจสอบโดย กอ.รมน.จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| การติดตามความคืบหน้า | สภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่ในวันที่ 27 ส.ค. พ.ศ. 2569 |
ผลกระทบต่อชุมชนและความคาดหวัง
ชาวบ้านริมลำน้ำยังคาดหวังการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน ทั้งการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและการคุ้มครองสิทธิที่อยู่อาศัยในพื้นที่ปกติ ขณะเดียวกัน ผู้ปฏิบัติงานต้องระมัดระวังไม่ให้การรื้อถอนสร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน ในเชิงปฏิบัติ การมีแผนรองรับผู้ได้รับผลกระทบ การชี้แจงข้อมูลต่อประชาชน และการเปิดช่องรับฟังความเห็นจากชุมชนท้องถิ่นจะช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มความโปร่งใสของโครงการ
สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขตชายแดน ความชัดเจนของแผนที่จะเป็นตัวกำหนดขอบเขตการก่อสร้าง หากพบว่าพื้นที่ใดมีประเด็นด้านเขตแดน จะต้องมีการประสานกับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและความมั่นคงของชาติ
ขณะที่กำหนดการด้านงบประมาณยังคงต้องรอความเห็นชอบจากส่วนกลาง หากได้รับอนุมัติครบถ้วน จังหวัดจึงจะแจ้งแผนการปฏิบัติงานและมาตรการคุ้มครองประชาชนเพื่อดำเนินงานในพื้นที่ต่อไป
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าหน่วยงานท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ แต่เส้นทางสู่การลงมือยังต้องอาศัยการประสานทั้งด้านงบประมาณและความมั่นคงตามแนวชายแดน เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความรอบคอบและไม่เกิดผลกระทบทางด้านอื่นตามมา