กรมควบคุมมลพิษเปิดเผยผลการติดตามคุณภาพตะกอนดินครั้งที่ 12 ในลุ่มน้ำภาคเหนือเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งมีการเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 7–10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ครอบคลุมหลายลำน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ โดยผลที่น่ากังวลคือการตรวจพบ สารหนู ในระดับสูง โดยเฉพาะในแม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงที่เกินค่าที่ถือว่าเป็นอันตรายต่อสัตว์ชนิดที่อาศัยอยู่บริเวณหน้าดินอย่างรุนแรง
จุดที่ตรวจพบและการเปรียบเทียบเกณฑ์มาตรฐาน
กรมควบคุมมลพิษระบุว่าเกณฑ์คุณภาพตะกอนดินที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดินกำหนดไว้ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ขณะที่ระดับที่ถือว่าเป็นอันตรายอย่างรุนแรงจะอยู่ที่ 33 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ผลตรวจรายจุดแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างแต่ละลำน้ำ โดยเฉพาะแม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงที่ค่าทุกจุดเกินระดับอันตราย
| จุดตรวจ | ลำน้ำ | ค่าสารหนู (มก./กก.) | สารโลหะอื่นที่พบ |
|---|---|---|---|
| RU01 | แม่น้ำรวก (สถานีสูบน้ำเกาะช้าง อ.แม่สาย) | 49 | ปรอท 0.24, โครเมียม 45 |
| RU02 | แม่น้ำรวก (จุดที่สอง) | ค่าที่ตรวจพบสูงกว่าเกณฑ์อันตราย | มีการตรวจพบโลหะหนักบางชนิดเกินจุดตรวจเฉพาะที่ |
ผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนริมน้ำ
การมีสารหนูสะสมในตะกอนท้องน้ำมากขึ้นย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อสัตว์ที่อาศัยบริเวณหน้าดิน เช่น ไส้เดือนน้ำ กุ้งก้านดำ และสัตว์หน้าดินอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารของปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นเมื่อเวลาผ่านไป ภาวะนี้อาจส่งผลต่อการสะสมของสารพิษในเนื้อสัตว์น้ำและนำไปสู่ความเสี่ยงต่อผู้บริโภคหากไม่มีการตรวจสอบต่อเนื่อง ทั้งนี้ผลตรวจครั้งนี้เป็นการตรวจตะกอนดิน ไม่ใช่การตรวจเนื้อสัตว์น้ำโดยตรง จึงยังไม่สามารถสรุปว่าปลา กุ้ง หอย ปูในแม่น้ำจะมีค่าปนเปื้อนเท่าใด แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อในห่วงโซ่อาหาร
ปัจจัยเร่งและการเฝ้าระวัง
ในช่วงฤดูฝน ปริมาณน้ำหลากสูงขึ้นทำให้เกิดการชะล้างและยกตะกอนแขวนลอยมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าสารที่สะสมในตะกอนถูกพัดพาและกระจายวงกว้างขึ้น กรมควบคุมมลพิษระบุว่าจะเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน
ข้อกังวลจากชุมชนและคำแนะนำ
ในฐานะผู้สื่อข่าวที่ติดตามประเด็นสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ฉันเห็นความกังวลจากชุมชนริมน้ำหลากหลายกลุ่ม ทั้งชาวประมงพื้นบ้าน ผู้เก็บของป่า และครอบครัวที่พึ่งพาพืชผักและสัตว์น้ำเป็นแหล่งอาหารหลัก โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนชายฝั่งลำน้ำซึ่งอาจมีความเสี่ยงทางสังคมและเศรษฐกิจหากต้องงดจับสัตว์น้ำหรือจำกัดการใช้ทรัพยากรจากแหล่งน้ำเดิม
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจตัวอย่างเนื้อสัตว์น้ำในห่วงโซ่อาหารเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อผู้บริโภค
- ชุมชนริมน้ำควรได้รับข้อมูลความเสี่ยงอย่างชัดเจนและวิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น
- ต้องติดตามการปล่อยของเสียทั้งจากภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และแหล่งอื่น ๆ ที่อาจเป็นแหล่งกำเนิดสารหนู
แนวทางการดำเนินการของหน่วยงาน
กรมควบคุมมลพิษแจ้งว่าจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการที่จำเป็น ทั้งการตรวจสอบจุดต้นทางของมลพิษ การสื่อสารความเสี่ยงแก่ชุมชน และการขยายผลตรวจไปยังตัวอย่างอาหารจากลุ่มน้ำเพื่อให้ได้ภาพสถานการณ์จริงที่ชัดเจนขึ้น
ในขณะที่ข้อมูลเชิงตัวเลขจากการตรวจตะกอนรอบนี้ชี้ให้เห็นความผิดปกติที่ต้องจับตา ชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นควรร่วมกันสร้างระบบตรวจสอบและการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในจังหวัดเชียงราย
รายงานจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดย มณีรัตน์ ใจงาม ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัด WE NEWS