ความร่วมมือข้ามภาคส่วนฟื้นป่าแก่งกระจาน
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ บ้านปางไม้ ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เครือข่ายภาคประชาสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมตัวดำเนินโครงการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภายใต้แนวคิด “คืนชีวิตให้ผืนป่ามรดกโลก” โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน ประกอบด้วย มูลนิธิคนสร้างป่า สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา ชุมชน และเยาวชนจิตอาสา
ปริมาณการปลูกและชนิดพันธุ์
กิจกรรมครั้งนี้เป็นการปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นบนพื้นที่นำร่องขนาด 20 ไร่ โดยมีจำนวนต้นไม้รวมที่ปลูกทั้งสิ้น 4,000 ต้น ซึ่งรายงานตัวเลขชนิดพันธุ์แตกต่างกันเล็กน้อยในรายละเอียดของแต่ละหน่วยงาน โดยมีการระบุทั้งเป็น "อย่างน้อย 10 ชนิด" ในการรายงานบางชุด และสโมสรโรตารีรอยัลหัวหินระบุว่าเป็นการปลูก "12 พันธุ์"
| ตัวชี้วัด | ข้อมูลที่รายงาน |
|---|---|
| จำนวนผู้เข้าร่วม | กว่า 300 คน |
| พื้นที่นำร่อง | 20 ไร่ |
| จำนวนต้นที่ปลูก | 4,000 ต้น |
| ชนิดพันธุ์ที่รายงาน | ระบุไว้เป็น "อย่างน้อย 10 ชนิด" และ "12 พันธุ์" ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
เป้าหมายและแนวคิดเชิงอนุรักษ์
นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ให้ความสำคัญกับการสร้างจิตสำนึกควบคู่ไปกับการปลูกต้นไม้ โดยชี้ว่า การปลูกเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนงานที่ยั่งยืนต้องอาศัยการดูแลต่อเนื่องจากคนในพื้นที่และชุมชน
“การปลูกต้นไม้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การสร้างคนให้รักและดูแลป่า คือหัวใจของการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน” — นายนิทัศน์ นุ่นสง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการจัดการฟื้นฟูแบบมีส่วนร่วม ซึ่งมองการอนุรักษ์ไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และภาคเอกชน
บทบาทของสโมสรโรตารีและภาคีเครือข่าย
นางสาวนภา แก้วเต็ม นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน กล่าวในนามองค์กรว่า สโมสรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นหนึ่งในขอบเขตการทำงานขององค์กรระดับนานาชาติ และพร้อมผลักดันการมีส่วนร่วมต่อเนื่องในโครงการประเภทนี้
“เราหวังว่าโครงการนำร่องครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ช่วยฟื้นฟูพื้นที่ป่าและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืน” — นางสาวนภา แก้วเต็ม
ความท้าทายและข้อพิจารณาเชิงพื้นที่
การฟื้นฟูป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก มีความซับซ้อนทางระบบนิเวศ ทั้งในด้านสภาพดิน น้ำ และความหลากหลายของชนิดพันธุ์ การปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่เป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญ นอกจากนี้ ผลสำเร็จระยะยาวขึ้นกับการดูแลรักษาหลังการปลูก เช่น การป้องกันไฟป่า การควบคุมการบุกรุก และการมีเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง
ผลกระทบต่อชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
การฟื้นฟูพื้นที่ป่าในแก่งกระจานคาดว่าจะมีผลต่อชุมชนท้องถิ่นในหลายมิติ ทั้งการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นฐานชีวิตของชุมชน การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเป็นพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ให้กับเยาวชน
- การมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดูแลรักษาในระยะยาว
- การเลือกชนิดพันธุ์ ต้องสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเดิม
- การติดตามผล จำเป็นต้องมีแผนการดูแลรักษาและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
โครงการปลูกป่าในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการยืนหยัดเพื่อเพิ่มจำนวนต้นไม้ แต่ยังเป็นการวางรากฐานของกระบวนการฟื้นฟูที่ยั่งยืน หากสามารถต่อยอดด้วยการประสานงานจากหลายภาคส่วนและจัดการหลังการปลูกได้ดี ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งระบบนิเวศและชุมชนในระยะยาว