เพชรบุรี — เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กรมทางหลวงชนบท จัดการประชุมระหว่างกาล (Interim Meeting) เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมเส้นทางโลจิสติกส์เชื่อมโยง 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี–ราชบุรี–เพชรบุรี โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชนร่วมประมาณ 250 คน ณ ห้องประชุม The Grand Century Hall อาคารปฏิบัติการโรงแรมและท่องเที่ยว The PBRU Heritage มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
เป้าหมายโครงการและกรอบเวลา
โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมทางหลวงชนบทและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษา โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569 และมีกำหนดสิ้นสุดการศึกษาวิเคราะห์ในวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2570 รวมระยะเวลา 540 วัน จุดมุ่งหมายหลักคือการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมให้เชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยว ตลอดจนยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเส้นทางให้สอดคล้องกับการพัฒนาระยะยาว
การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ
การจัดประชุมระหว่างกาลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรายงานผลเท่านั้น แต่เปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ โดยทางโครงการยืนยันว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบแนวเส้นทางให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- ผู้รับผิดชอบโครงการ: กรมทางหลวงชนบท
- ที่ปรึกษา: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ระยะเวลาศึกษา: 20 มกราคม พ.ศ. 2569 – 14 เมษายน พ.ศ. 2570 (540 วัน)
- สถานที่จัดประชุม: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
ประเด็นการศึกษาที่นำเสนอในการประชุม
งานศึกษาความเหมาะสมรวมถึงการวิเคราะห์ทางเทคนิค เส้นทางที่เป็นไปได้ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบทางสังคมเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการออกแบบเครือข่ายที่ช่วย:
- เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์
- อำนวยความสะดวกต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวในภูมิภาค
- ลดต้นทุนการขนส่งและเวลาเดินทางของผู้ประกอบการภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม
- ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของถนนและการจัดการจราจร
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยว
หากโครงข่ายเส้นทางดังกล่าวได้รับการออกแบบและดำเนินการอย่างเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าระหว่างพื้นที่ ลดต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปของชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวระหว่างจังหวัด ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงการจัดที่จอดรถ การเชื่อมต่อการขนส่งสาธารณะ และมาตรการลดผลกระทบต่อชุมชนริมทาง
ประเด็นสิ่งแวดล้อมและการรับฟังความคิดเห็น
การศึกษายังรวมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้แน่ใจว่าแนวเส้นทางที่เลือกจะไม่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศหลัก เช่น ลุ่มน้ำ พื้นที่เพาะปลูก และชุมชนชายฝั่ง โดยรูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนถูกออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลจากพื้นที่จริงนำมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ว่าจ้าง | กรมทางหลวงชนบท |
| ที่ปรึกษา | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| ระยะเวลา | 20 ม.ค. พ.ศ. 2569 – 14 เม.ย. พ.ศ. 2570 (540 วัน) |
| สถานที่ประชุม | The PBRU Heritage ม.ราชภัฏเพชรบุรี |
| ผู้เข้าร่วม | หน่วยงานรัฐ/เอกชน ท้องถิ่น และสื่อมวลชน ประมาณ 250 คน |
การศึกษานี้เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาความเห็นจากภาคประชาชน ข้อมูลเชิงสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจร่วมกันเพื่อให้การพัฒนาเครือข่ายคมนาคมเป็นไปอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อชุมชน
สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามการเปิดรับฟังความคิดเห็นในเวทีถัดไปซึ่งกรมทางหลวงชนบทจะประกาศรายละเอียดต่อไป โดยจะเป็นช่องทางสำคัญในการสะท้อนข้อเสนอแนะเพื่อให้การออกแบบเส้นทางเป็นไปตามความต้องการของพื้นที่และสอดคล้องกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ในระยะยาว