เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่บริเวณเต็นท์พักพิงชั่วคราว หมู่ 2 บ้านไร่ตีนน้ำ ตำบลต้นมะม่วง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลต้นมะม่วงร่วมกับฝ่ายปกครองลงพื้นที่ มอบเงินเยียวยาให้ครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุพลุระเบิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ภาพรวมความเสียหายและการช่วยเหลือ
เหตุพลุระเบิดดังกล่าวทำให้บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายหลายรายการ ได้แก่ หลังคา ฝ้าเพดาน หน้าต่าง รวมถึงยานพาหนะบางคันได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ด้วย ทางเทศบาลระบุว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 30 หลังคาเรือน ซึ่งได้รับการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือตามเกณฑ์ความเสียหายที่แตกต่างกันไป
งบประมาณและเกณฑ์การจ่าย
เทศบาลตำบลต้นมะม่วงได้จัดสรรงบประมาณจากโครงการช่วยเหลือประชาชนด้านเหตุสาธารณภัย และการใช้เงินงบประมาณตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่าย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ครอบคลุมครัวเรือนที่เดือดร้อน
รวมงบประมาณที่ใช้ในการเยียวยาครั้งนี้ทั้งสิ้น 832,960 บาท โดยกำหนดเพดานการจ่ายต่อครัวเรือนไม่เกิน 88,600 บาท และการจ่ายจริงขึ้นกับระดับความเสียหายของทรัพย์สินแต่ละหลังคาเรือน
| หัวข้อ | จำนวน/มูลค่า |
|---|---|
| ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ | 30 หลังคาเรือน |
| งบประมาณที่จัดสรร | 832,960 บาท |
| การช่วยเหลือสูงสุดต่อหลังคาเรือน | ไม่เกิน 88,600 บาท |
การบริหารจัดการและหลักเกณฑ์
การพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือใช้หลักเกณฑ์จากการประเมินความเสียหายที่แตกต่างกันไปตามสภาพของบ้านแต่ละหลัง โดยเทศบาลระบุว่าการใช้เงินงบประมาณเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมต่อผู้เดือดร้อน
ผู้ลงพื้นที่และบทบาทฝ่ายปกครอง
การมอบเงินเยียวยาครั้งนี้มีการลงพื้นที่จากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโดยตรง นำโดย ร.ต.ต.กนกศักดิ์ มุทธากาญจน์ นายกเทศมนตรีตำบลต้นมะม่วง และ นายนพดล กลิ่นถนอม ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองเพชรบุรี พร้อมด้วยฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการและเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างเป็นระบบ
- การช่วยเหลือครอบคลุมด้านซ่อมแซมเบื้องต้นและค่าครองชีพตามความจำเป็น
- การประเมินจัดสรรจะแตกต่างกันไปตามความเสียหายของแต่ละครัวเรือน
- ผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเทศบาลตำบลต้นมะม่วง
ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งที่ต้องติดตาม
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายทางทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของชุมชน ทำให้การฟื้นฟูทั้งด้านที่อยู่อาศัยและการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเรื่องเร่งด่วน แม้จะมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือ แต่การฟื้นฟูระยะยาวอาจต้องการการประสานงานจากหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรชุมชน
สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งการช่วยเหลือ เกณฑ์การประเมินความเสียหาย และมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนความจำเป็นของการกำกับดูแลกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลุและดอกไม้เพลิงในพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต