ตรวจสภาพหน้างานบึงมาย เร่งเปิดทางน้ำ ลดผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่บริเวณ บึงมาย เพื่ออำนวยการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของประชาชนในพื้นที่ตำบลไผ่ล้อม อำเภอลับแล และตำบลข่อยสูง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์
จังหวัดได้ระดมเครื่องจักรกลหนักจากหน่วยงานท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ และเทศบาลตำบลเมือง ส่งรถแม็คโครลงพื้นที่เพื่อเร่งขุดตักผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำออกจากบึงมาย ทั้งนี้มีการจัดกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด กรณีเกิดฝนตกหนักซ้ำซ้อน
"บึงมายเป็นพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิง มีเนื้อที่รวม 6,408 ไร่ โดยเป็นพื้นที่รองรับน้ำประมาณ 4,200 ไร่... มีความจุสูงสุด 11.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำเต็มความจุแล้ว"
จากข้อมูลของผู้ว่าราชการจังหวัด บึงมายทำหน้าที่เป็นพื้นที่รองรับและชะลอน้ำลงลำน้ำตามระบบธรรมชาติ แต่เมื่อปริมาณน้ำสะสมสูงจนเต็มความจุ มวลน้ำที่ไหลมาจากต้นน้ำหลายจุดได้ล้นออกมาท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน โดยน้ำที่ก่อเหตุมาจากพื้นที่ ตำบลดงคู่ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ผ่านเข้าสู่ตำบลด่านแม่คำมัน คลองแม่พร่อง และไหลมายังตำบลไผ่ล้อม อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
ปัญหาระบบระบายน้ำและถนนตัดทุ่งนาเป็นปัจจัยเร่ง
ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากไม่ใช่เพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่มีสาเหตุเชิงโครงสร้างหลายประการ ได้แก่ ระบบระบายน้ำที่ยังไม่สมบูรณ์ การดำเนินโครงการคลองชลประทานบางส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จ และการสร้างถนนตัดผ่านพื้นที่ทุ่งนาโดยไม่มีช่องทางระบายน้ำ ส่งผลให้มวลน้ำถูกกั้นและสะสมในพื้นที่การเกษตรจนเกิดน้ำท่วมขังทำความเสียหายต่อผลผลิตและการสัญจรของประชาชน
เพื่อเป็นมาตรการระบายฉุกเฉิน ทางจังหวัดได้เร่งระบายน้ำจากบึงมายลงสู่คลองพระสวัสดิ์ เพื่อให้ไหลต่อไปลงสู่น้ำน่านในพื้นที่ตำบลคอรุม อำเภอพิชัย แต่ผู้ว่าฯ ยังได้เสนอแนวทางเชิงป้องกันระยะยาวให้หน่วยงานท้องถิ่นที่มีศักยภาพพิจารณาจัดซื้อรถขุดขนาดใหญ่ไว้ประจำแหล่ง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการเหตุอุทกภัยทันทีเมื่อเกิดเหตุ
- พื้นที่บึงมาย: เนื้อที่รวม 6,408 ไร่
- พื้นที่รับน้ำ: ประมาณ 4,200 ไร่
- ความจุสูงสุด: 11.5 ล้านลูกบาศก์เมตร (ขณะนี้เต็มความจุ)
| ประเด็น | สถานะ / ผลกระทบ |
|---|---|
| ระบบคลองชลประทาน | บางส่วนยังไม่แล้วเสร็จ เหตุให้น้ำไม่ระบายเต็มที่ |
| ถนนตัดผ่านทุ่งนา | ไม่มีท่อระบายน้ำ ทำให้น้ำขวางทางและสะสม |
| มาตรการฉุกเฉิน | ใช้งานรถแม็คโครขุดตักผักตบชวาและสิ่งกีดขวาง |
ผลกระทบต่อชาวบ้านและความคาดหวังการแก้ไข
ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมระบุว่าปัญหาน้ำขังซ้ำซากส่งผลเสียหายต่อผลผลิตนาข้าวและการเดินทาง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนต่อการดำรงชีพเป็นประจำ โดยพวกเขาต้องการการแก้ไขที่เป็นระบบและยั่งยืน ไม่ใช่เพียงมาตรการเยียวยาชั่วคราวเมื่อเกิดเหตุเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกเรียกร้องให้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพคลองและระบบระบายน้ำทั้งระบบ เพื่อเร่งปรับปรุงเส้นทางระบายน้ำและวางแผนบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดซ้ำในอนาคต
จังหวัดอุตรดิตถ์ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง หากมีฝนตกหนักซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันแนวทางการสนับสนุนเครื่องจักรกลหนักให้หน่วยงานท้องถิ่นที่มีศักยภาพอาจเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยเสริมความสามารถในการตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้รวดเร็วขึ้น
บทบาทต่อจากนี้คือการเชื่อมโยงมาตรการระยะสั้นกับการวางแผนเชิงศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่รับมือกับวิกฤตน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน