เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวทีหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดงาน "เกษตรรุ่งเรืองเมืองสองแคว ประจำปี 2569" โดยมีผู้บริหารจังหวัดและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นับเป็นการจัดงานต่อเนื่องในปีที่ 19 นับจากที่เริ่มจัดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2551
เน้นนวัตกรรม-เชื่อมตลาดผู้บริโภค
การจัดงานครั้งนี้กำหนดระหว่างวันที่ 14-25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 รวมระยะเวลา 12 วัน ภายใต้แนวคิดหลักที่มุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายช่องทางการจำหน่ายให้เข้าถึงตลาดสากล โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนเกษตรกร ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนให้สามารถปรับตัวสู่ตลาดสมัยใหม่ได้
ความร่วมมือจากภาครัฐ-การศึกษา-เอกชน
การจัดงานครั้งนี้ได้รับการประสานงานจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาคราชการ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ซึ่งเข้ามามีบทบาททั้งด้านนิทรรศการ ถ่ายทอดความรู้ และการจัดกิจกรรมสาธิตเพื่อลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการปฏิบัติจริงในหน่วยงานภาคการเกษตรของจังหวัด
"งานเกษตรรุ่งเรืองเมืองสองแควจัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 และปีนี้เป็นปีที่ 19 โดยมีเป้าหมายหลักคือการเปิดตลาดสินค้าเกษตรโดยตรงสู่ผู้บริโภค ถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตร รวมทั้งสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ" — นางจิรนันท์ วาสุเทพรังสรรค์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก
กิจกรรมเด่นที่ผู้เข้าชมจะได้รับประโยชน์
- นิทรรศการและการออกร้านของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มคลัสเตอร์ผลไม้
- การสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรและฟาร์มทอล์คที่สอดคล้องกับโมเดล BCG
- บริการตรวจธาตุอาหารในดินฟรี พร้อมทราบผลภายใน 30 นาที
- เวทีเสวนาและการนำเสนอผลงานนวัตกรรมจากสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มรภ.พิบูลสงคราม และมทร.ล้านนา พิษณุโลก
- ตลาดประชารัฐ ร้านธงฟ้า สินค้า OTOP และการแสดงสัตว์อัตลักษณ์ของจังหวัด
ข้อมูลกิจกรรมหลักและตัวอย่างการแสดง
| หัวข้อกิจกรรม | เนื้อหาโดยสังเขป |
|---|---|
| โซนนิทรรศการนวัตกรรม | แสดงเทคโนโลยีเกษตรและการเพิ่มมูลค่าสินค้า |
| โซนของดีเมืองสองแคว | การออกร้านของเกษตรกรและชุมชน ผลิตภัณฑ์ OTOP |
| บริการตรวจดิน | ตรวจธาตุอาหารในดินฟรี พร้อมรายงานผลภายใน 30 นาที |
ผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น
การรวมตัวกันของผู้ประกอบการและเกษตรกรกว่า 200 ร้านค้าในงานนี้ช่วยเปิดช่องทางจำหน่ายโดยตรงให้กับผู้ผลิต ลดขั้นตอนคนกลาง และเพิ่มโอกาสในการเจรจาธุรกิจ นอกจากนี้ การสาธิตการแปรรูปและเวทีเสวนาช่วยสร้างความรู้ที่นำไปสู่การผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มรายได้และความเข้มแข็งของระบบอาหารท้องถิ่น
การเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่ภาคการผลิต
การมีส่วนร่วมของสถาบันการศึกษาทั้งในด้านการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยี ทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ เช่น แนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การแปรรูปที่เพิ่มมูลค่า และแนวทางการจัดการฟาร์มตามโมเดล BCG ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียน
ข้อสังเกตและสิ่งที่ควรติดตาม
แม้งานจะให้โอกาสทางการตลาดและองค์ความรู้ แต่ความยั่งยืนของผลลัพธ์ขึ้นกับการติดตามผลหลังงาน ทั้งการเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายอย่างต่อเนื่อง การขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ และการสนับสนุนด้านมาตรฐานคุณภาพสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดส่งออก ผู้เกี่ยวข้องควรมีแผนเชิงนโยบายที่ชัดเจนเพื่อแปลงกิจกรรมระยะสั้นเป็นการพัฒนาเชิงระบบ
สำหรับประชาชนผู้สนใจ งานจัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ บริเวณหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก โดยมีการแสดงและกิจกรรมที่สลับสับเปลี่ยนตลอด 12 คืน ผู้สนใจสามารถเข้าชม นิทรรศการ และรับบริการตรวจดินโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย