เวลา 11.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก จัดกิจกรรมอบรมและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในรูปแบบ “หนี ซ่อน สู้” โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ชีพเข้าร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยให้แก่นักเรียนระดับอนุบาล
วัตถุประสงค์การฝึกซ้อม
นายสุริยันต์ ชัยพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก ระบุว่า การดำเนินโครงการเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง สถานศึกษาปลอดภัย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะชีวิตให้แก่นักเรียน ทำให้เด็กมีความรู้เท่าทันสถานการณ์ รู้จักตั้งสติ ตัดสินใจ และดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมเมื่อเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย
หน่วยงานที่ร่วมฝึกซ้อม
การซักซ้อมครั้งนี้มีการประสานงานระหว่างโรงเรียนกับหน่วยงานความปลอดภัยในพื้นที่ โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วย:
- หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธีตำรวจ (SWAT) ภจว.พิษณุโลก
- เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก
- หน่วยกู้ชีพ ร่วมกตัญญูพิษณุโลก
การมีส่วนร่วมของหน่วยงานดังกล่าวช่วยให้การฝึกซ้อมมีความสมจริงและเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการเหตุฉุกเฉินในพื้นที่
รูปแบบการซ้อมและการเรียนรู้
การฝึกในลักษณะ “หนี ซ่อน สู้” ถูกออกแบบให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ได้แก่ การหาทางออกที่ปลอดภัย (หนี) การหลบซ่อนในจุดที่เหมาะสม (ซ่อน) และการต่อสู้หรือขัดขวางแบบจำเป็นเมื่อไม่มีทางเลือก (สู้) โดยการฝึกเป็นไปในลักษณะเสมือนจริงเพื่อฝึกไหวพริบและการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน
| หัวข้อ | รายละเอียดจากการฝึก |
|---|---|
| วันและเวลา | 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.00 น. |
| ผู้จัด | โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก |
| หน่วยงานร่วม | SWAT ภจว.พิษณุโลก, สภ.เมืองพิษณุโลก, หน่วยกู้ชีพ ร่วมกตัญญูพิษณุโลก |
ความสำคัญต่อครูและผู้ปกครอง
การฝึกซ้อมเชิงปฏิบัติการในสถานศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก มีความสำคัญทั้งต่อการลดความเสี่ยงและการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง ครูผู้สอนต้องมีบทบาทในการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ สื่อสารวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม และฝึกซ้ำเป็นประจำ เพื่อให้เด็กจดจำขั้นตอนการปฏิบัติได้แม้ในภาวะตื่นตระหนก
- ครู ควรฝึกทบทวนแผนหนีไฟและแผนฉุกเฉินเป็นประจำ และจัดสภาพแวดล้อมให้เด็กเข้าใจง่าย
- ผู้ปกครอง ควรรับทราบแนวปฏิบัติของโรงเรียนและซ้อมพูดคุยกับบุตรหลานเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย
- หน่วยงานความปลอดภัย ควรประเมินผลการฝึกซ้อมและให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแผนต่อไป
นายสุริยันต์เน้นว่า โครงการนี้ไม่ได้มุ่งหวังเพียงการซ้อมขั้นตอนเท่านั้น แต่ต้องการให้เด็กเกิดทักษะการตัดสินใจที่ถูกต้องเมื่อเผชิญสถานการณ์จริง ซึ่งการฝึกเป็นแบบเสมือนจริงช่วยให้ครูและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นจุดอ่อนของแผนและสามารถปรับปรุงได้ทันที
การขยายผลและแนวทางต่อไป
แม้การซ้อมครั้งนี้จะเป็นกิจกรรมภายในโรงเรียน แต่การรับมือเหตุฉุกเฉินในระบบการศึกษาจำเป็นต้องขยายเป็นมาตรฐานร่วมกันในเขตพื้นที่ เพื่อให้ทุกสถานศึกษามีความพร้อมในระดับเดียวกัน โรงเรียนสามารถแลกเปลี่ยนบทเรียนจากการฝึกซ้อมกับหน่วยงานความปลอดภัย เพื่อนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแผนฉุกเฉินและการจัดการความปลอดภัยภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินการเช่นนี้สะท้อนความพยายามของสถานศึกษาในจังหวัดพิษณุโลกที่จะยกระดับความปลอดภัยให้เป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นระบบ ทั้งสำหรับเด็ก ครู และผู้ปกครอง