บรรยากาศการประกอบพิธีไหว้เทศกาลสารทจีนในจังหวัดพิษณุโลก ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ศาลเจ้าปุนเถ่ากง-ม่า และศาลเจ้าพ่อเสือ เขตตลาดใต้ อำเภอเมือง พบว่ามีความเงียบเหงากว่าทุกปี ผู้คนทยอยมาไหว้ตั้งแต่เช้าแต่จำนวนผู้เข้าร่วมและปริมาณของไหว้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
ภาพรวมการไหว้เปลี่ยนตามสถานการณ์เศรษฐกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนส่วนใหญ่ปฏิบัติการไหว้สารทจีนในรูปแบบประหยัดมากขึ้น หลายครอบครัวเลือกจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เฉพาะที่จำเป็น เพื่อไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษภายในบ้าน มากกว่าจะไปจัดเตรียมของจำนวนมากเพื่อนำไปไหว้ตามศาลเจ้าเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจใช้เวลาทำงานหารายได้แทนการเดินทางมาร่วมพิธี ส่งผลให้จำนวนผู้มากราบไหว้ที่ศาลเจ้าลดน้อยลง
นางเฟื่องฟ้า วงศ์เจริญ ผู้มาไหว้ประจำกล่าวว่าปกติสารทจีนจะมีคนน้อยกว่าช่วงตรุษจีนอยู่แล้ว แต่ปีนี้เห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้น ระบุว่าผู้คนมักซื้อของไหว้เท่าที่จำเป็นและระมัดระวังค่าใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ผู้สูงอายุที่ยังยึดประเพณีก็มักมาคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่มเล็ก ๆ
“ปีนี้บรรยากาศเงียบเหงากว่าทุกปี คาดว่าสาเหตุหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจ”
คำกล่าวของนางนัดดา สันติอาคม กรรมการศาลเจ้าปุนเถ่ากง-ม่า สะท้อนความเป็นจริงที่ผู้ปฏิบัติพิธีและผู้จัดงานสังเกตเห็นร่วมกัน นางนัดดายังอธิบายถึงลำดับการปฏิบัติตามประเพณีว่า การไหว้มักเริ่มจากภายในบ้านแล้วจึงไปศาลเจ้าและกลับมาไหว้บรรพชนที่บ้าน ซึ่งปีนี้รูปแบบดังกล่าวยังคงปฏิบัติแต่มีปริมาณลดลง
เสียงจากผู้สูงอายุและความหมายของประเพณี
นางกิมเหลียง แซ่เตีย อายุ 90 ปี ผู้เป็นหนึ่งในผู้เคร่งครัดประเพณี กล่าวว่า เธอได้สืบต่อการไหว้จากผู้ใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก และยังคงปฏิบัติเป็นประจำเพื่อขอพรให้ครอบครัวมีความสุข แม้ปีนี้ลูกหลานจะไม่ได้เดินทางมาร่วมเนื่องจากต้องไปทำงานก็ตาม ความรู้สึกของผู้สูงอายุดังกล่าวสะท้อนมุมมองทางจิตสังคมที่ประเพณียังเป็นเสาหลักของความเชื่อมโยงระหว่างรุ่น
สำหรับชุมชนจีนโพ้นทะเล ประเพณีสารทจีนมีความหมายทั้งในเชิงความกตัญญูและการระลึกถึงบรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงวิถีปฏิบัติเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการประหยัด แต่ยังมีนัยต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวและการส่งต่อวัฒนธรรม
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและวัฒนธรรมท้องถิ่น
นอกเหนือจากมุมมองของผู้ประกอบพิธีแล้ว ภาวะคนมาน้อยลงยังส่งผลต่อผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องไหว้ กระดาษเงินกระดาษทอง และอาหารเซ่นไหว้ ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ตลาดใต้ซึ่งปกติจะมีความคึกคักในช่วงเทศกาล รู้สึกว่าปริมาณการซื้อขายลดลง ทำให้ต้องปรับสต๊อกและรูปแบบการขายตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป
- ผู้มาปฏิบัติพิธี: ลดจำนวนและลดปริมาณของไหว้
- ผู้สูงอายุ: ยังคงยึดประเพณี แม้ลูกหลานไม่สะดวกร่วม
- ผู้ค้าเครื่องเซ่น: ประสบแรงกดดันจากการซื้อที่ลดลง
ตารางสรุปสถานะการจัดพิธีในพื้นที่ (เชิงคุณภาพ)
| สถานที่ | สภาพในปี พ.ศ. 2569 |
|---|---|
| ศาลเจ้าปุนเถ่ากง-ม่า | จำนวนผู้มาน้อยลง ของไหว้ลด |
| ศาลเจ้าพ่อเสือ ตลาดใต้ | บรรยากาศเงียบกว่าเทศกาลที่ผ่านมา |
แม้การเปลี่ยนรูปแบบจะเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ผู้สูงอายุและกรรมการศาลเจ้าหวังว่าประเพณีจะยังคงอยู่และถูกส่งต่อ แม้จะในแบบเรียบง่ายกว่าเดิม ผู้เขียนเห็นว่า การรักษาประเพณีควบคู่กับการปรับตัวทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ต้องหาจุดสมดุล เพื่อไม่ให้ความยากลำบากทางการเงินกลายเป็นสาเหตุให้ประเพณิดั้งเดิมเลือนหาย
ในระยะสั้น ชุมชนอาจต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปฏิบัติและการบริโภค แต่ในระยะยาว การส่งต่อความหมายของประเพณีให้แก่คนรุ่นใหม่ผ่านการศึกษาและกิจกรรมชุมชนอาจช่วยให้ประเพณียังคงอยู่ โดยไม่สร้างภาระให้กับครัวเรือนไทยเชื้อสายจีนที่กำลังเผชิญต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ท้ายที่สุด เทศกาลสารทจีนในเมืองพิษณุโลกปีนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของสังคมที่กำลังปรับตัว ทั้งด้านเศรษฐกิจและวิถีชีวิต หากไม่มองเพียงแค่จำนวนผู้มาไหว้ แต่พิจารณาถึงความหมายและการส่งต่อประเพณี บทสนทนาในชุมชนอาจนำไปสู่ทางออกที่อ่อนโยนต่อทั้งจิตใจและสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวไทยเชื้อสายจีน