วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2569 กรมการปกครองเปิดปฏิบัติการพิเศษภายใต้ชื่อ "ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว" หลังพบความผิดปกติในระบบการออกเอกสารเกี่ยวกับอาวุธปืนในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก เจ้าหน้าที่นำหมายค้นจากศาลจังหวัดพิษณุโลกเข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายอาวุธปืนและที่พักผู้ต้องสงสัยจำนวนหลายแห่งเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
จากการตรวจสอบข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2563–2569 พบว่า มีใบอนุญาตสำหรับการซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุน (แบบ ป.3) ที่ไม่ได้มีการดำเนินการออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) รวมทั้งสิ้น 2,255 ฉบับ ซึ่งกรมการปกครองประเมินว่ามีลักษณะผิดปกติและน่าเชื่อได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสารราชการหรือลายมือชื่อเจ้าพนักงาน
ขอบเขตการตรวจค้นและพยานหลักฐาน
ปฏิบัติการดังกล่าวมีจุดตรวจค้นสำคัญในพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก ได้แก่ ร้านจำหน่ายอาวุธปืนย่านประตูผี และบ้านพักของบุคคลซึ่งเป็นนายหน้าหรือผู้เกี่ยวข้องในตำบลปากโทกและตำบลงิ้วงาม เจ้าหน้าที่ยึดเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดและเชื่อมโยงเครือข่ายการค้าอาวุธที่อยู่นอกระบบ
การสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่าเป็นการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่ระหว่างร้านจำหน่ายอาวุธปืน นายหน้า และบุคคลที่อาศัยอำนาจหน้าที่ในหน่วยงานรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำอาวุธออกจากระบบและกระจายไปสู่ตลาดมืด
ผลกระทบต่อประชาชนและการสวมสิทธิ
จากการตรวจสอบพบว่า มีรายชื่อประชาชนรวมทั้งผู้นำท้องที่กว่า 300 คน ถูกนำไปใช้ประกอบการขอใบอนุญาต ป.3 โดยบางส่วนยืนยันว่าไม่เคยรับทราบหรือไม่ประสงค์จะถือครองอาวุธปืน ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิและอาจทำให้ประชาชนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกตรวจสอบโดยไม่เป็นธรรม
- ใบอนุญาต ป.3 ที่ยังไม่ออกเป็น ป.4 จำนวน: 2,255 ฉบับ
- ผู้ถูกนำชื่อไปสวมสิทธิที่พบเบื้องต้น: เกิน 300 ราย
- ช่วงเวลาข้อมูลที่ตรวจสอบ: พ.ศ. 2563–2569
เจ้าหน้าที่ระบุว่าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้า นายหน้า และผู้ที่อาศัยช่องว่างในระบบราชการ
การประเมินความเสี่ยงและความมั่นคง
กรมการปกครองและผู้เกี่ยวข้องถือเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อความมั่นคงของพื้นที่ เนื่องจากอาวุธที่หลุดออกจากระบบสามารถกระจายสู่ตลาดมืดและนำไปสู่อาชญากรรมหรือความรุนแรงได้ ขณะเดียวกันยังชี้ให้เห็นปัญหาในกระบวนการออกเอกสารและการตรวจสอบภายในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินการในระยะต่อไปรวมถึงการตรวจสอบต้นตอของรายการ ป.3 ที่ผิดปกติ การพิสูจน์เอกสาร และการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ กรมการปกครองจะต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ เพื่อป้องกันการกระจายของอาวุธและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน
| หัวข้อ | ตัวเลข/ช่วงเวลา |
|---|---|
| ปืนหายจากระบบ (ใบ ป.3 ที่ไม่ได้ออก ป.4) | 2,255 ฉบับ |
| ประชาชนที่ถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ | กว่า 300 ราย |
| ช่วงเวลาข้อมูลที่ตรวจสอบ | พ.ศ. 2563–2569 |
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัยทั้งหมดหรือรายละเอียดของอาวุธที่ตรวจพบในเชิงปริมาณ ขณะนี้การสืบสวนยังคงดำเนินไปและมีการตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นระบบเพื่อเตรียมดำเนินคดี
กรณีนี้สะท้อนช่องโหว่ทั้งในระบบการออกใบอนุญาตและการกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าจะมีผู้กระทำความผิดเชิงทุจริตและมีเจ้าหน้าที่เข้าร่วม จะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก
ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่และผู้ที่สงสัยว่าชื่อของตนอาจถูกนำไปใช้สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงได้ โดยกรมการปกครองได้แจ้งว่าจะเร่งให้ความช่วยเหลือและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป