เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาชี้แจงภาพรวมสถานการณ์น้ำหลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดน่าน พร้อมยกข้อมูลจาก GISTDA ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มน้ำในจังหวัด สุโขทัย, พิษณุโลก และ อุตรดิตถ์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วม
เตือนก่อนน้ำมา ให้ชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัว
นายพร้อมพงศ์เน้นย้ำว่าข้อมูลความเสี่ยงจากหน่วยงานด้านภูมิสารสนเทศต้องถูกนำไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ ไม่ใช่เพียงการแจ้งเตือนในเชิงข้อมูลเท่านั้น โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจเส้นทางน้ำ จุดเสี่ยงต่าง ๆ รวมทั้งเตรียมจุดอพยพสำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ รถ เรือ อาหาร และยารักษาโรค
“ขอฝากรัฐบาล 3 เรื่องเร่งด่วน”
คำเรียกร้องที่นายพร้อมพงศ์ยกขึ้นประกอบด้วย 3 ประเด็นเร่งด่วน ดังนี้
- การเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ซึ่งมีบ้านเรือน ถนน ระบบไฟฟ้าและประปา พื้นที่การเกษตร และร้านค้าที่ได้รับความเสียหาย เขาตั้งข้อเสนอให้ลดขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือและดำเนินการสำรวจความเสียหายเชิงรุก
- การเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า เมื่อข้อมูลระบุจุดเสี่ยง หน่วยงานท้องถิ่นต้องลงมือทันที ไม่ควรรอให้เกิดความเสียหายก่อนจึงเริ่มเคลื่อนย้ายหรือจัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือ
- การสื่อสารข้อมูลความเสี่ยงให้ประชาชนรับรู้ คำเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพต้องระบุชัดเจนว่า พื้นที่ใดเสี่ยง ต้องย้ายเมื่อใด ไปที่ไหน และติดต่อหน่วยงานใด
ข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อเรียกร้องเชิงนโยบาย
จากข้อมูลที่อ้างถึงในช่วงเช้าวันที่ 21 สิงหาคม ระบบเช็คน้ำของ GISTDA ระบุพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำหลายแห่งรวมกว่า 3,900 ตารางกิโลเมตร ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำชับให้ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
| จังหวัดที่ถูกเตือน | ลักษณะความเสี่ยง |
|---|---|
| สุโขทัย | พื้นที่ลุ่มน้ำเสี่ยงน้ำท่วม |
| พิษณุโลก | ลุ่มน้ำและจุดรับน้ำจากต้นน้ำตอนบน |
| อุตรดิตถ์ | พื้นที่รับมวลน้ำและลุ่มน้ำเชื่อมต่อ |
ในเชิงนโยบาย นายพร้อมพงศ์ย้ำว่า รัฐควรพิจารณามาตรการบรรเทาทุกข์เช่น การพักหรือผ่อนปรนหนี้ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ผู้ที่เพิ่งหนีภัยน้ำไม่ต้องมาตระเวนหาเอกสารจากหลายหน่วยงาน แต่ให้ระบบภาครัฐค้นหาข้อมูลผู้ประสบภัยและนำเสนอความช่วยเหลืออย่างตรงจุด
ผลกระทบต่อชุมชนและความจำเป็นของการเตรียมการ
แม้พื้นที่ต้นน้ำอย่างจังหวัดน่านจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ทิ้งร่องรอยความเสียหายจำนวนมาก ทั้งบ้านเรือน พื้นที่เกษตร สาธารณูปโภค และร้านค้า โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์แล้วหลายราย ความเห็นของอดีตโฆษกสะท้อนความกังวลต่อความพร้อมของพื้นที่รองรับน้ำ หากไม่มีการวางแผนและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนล่วงหน้า อาจเกิดความสูญเสียซ้ำซ้อนในพื้นที่ที่ยังไม่ได้เตรียมตัว
การเรียกร้องให้ลดขั้นตอนการเยียวยาและเร่งการจัดสรรความช่วยเหลือยังสะท้อนปัญหาเชิงบริหารที่มักเกิดขึ้นหลังภัยพิบัติ คือความล่าช้าในการเข้าถึงสิทธิของผู้ประสบภัย ซึ่งหากได้รับการแก้ไขจะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปได้รวดเร็วขึ้นและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ-สังคมของประชาชน
ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับการเตือนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมเอกสารพื้นฐาน สำรองทรัพย์สินสำคัญ และเตรียมแผนการอพยพสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นกลุ่มเปราะบาง