อาชญากรรม นราธิวาส นราธิวาส (67)

ศาลชั้นต้นนราธิวาสพิพากษา ลดโทษจากประหารเหลือจำคุกรวม 50 ปีคดีวางระเบิดปี 2559

ศาลจังหวัดนราธิวาสพิพากษาคดีลอบวางระเบิดบริเวณปากซอยละม้ายอุทิศเมื่อ 25 เม.ย.2559 ให้จำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่พิจารณาให้ลดโทษจากประหารชีวิตเหลือจำคุกรวม 50 ปี พร้อมสั่งคุมขังระหว่างการอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นนราธิวาสพิพากษา ลดโทษจากประหารเหลือจำคุกรวม 50 ปีคดีวางระเบิดปี 2559
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

ศาลจังหวัดนราธิวาสมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.180/69 กรณีการลักลอบนำวัตถุระเบิดไปซุกซ่อนในรถจักรยานยนต์ แล้วจอดทิ้งไว้บริเวณปากซอยละม้ายอุทิศ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2559 โดยจำเลยในคดีนี้คือ นายอาหาหมัดซายูกี (สงวนนามสกุล)

ข้อกล่าวหาและคำพิพากษา

คดีดังกล่าวจำเลยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในหลายกรรมฐาน ได้แก่ ก่อการร้าย, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, กระทำการฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์แล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้อง

ในเบื้องต้นศาลมีคำลงโทษสูงสุดเป็นโทษประหารชีวิต แต่เนื่องจากจำเลยได้ให้การรับสารภาพซึ่งศาลพิจารณาว่าเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดี ศาลจึงใช้ดุลยพินิจลดโทษสำหรับแต่ละกรรมเป็นกึ่งหนึ่ง ส่งผลให้โทษหลังการลดลงมีสภาพเป็นการจำคุกรวมกันเป็นเวลา 50 ปี

สถานะของจำเลยหลังคำพิพากษา

ศาลมีคำสั่งให้คุมขังจำเลยไว้ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษานี้เป็นคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและจำเลยยังคงมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นสูงตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ความสำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมและความปลอดภัยสาธารณะ

คดีลักษณะการวางระเบิดในพื้นที่ชุมชนมีผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชน การที่ศาลพิจารณาพยานหลักฐานและออกคำพิพากษาตามกระบวนการสะท้อนให้เห็นการดำเนินงานของระบบยุติธรรมในพื้นที่ที่เคยมีเหตุรุนแรง ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ระบุเหตุการณ์และขั้นตอนการพิพากษาเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2569

รายละเอียดเชิงตัวเลขของคำพิพากษา

รายการ สถานะก่อนลดโทษ หลังลดโทษ
บทลงโทษสูงสุด ประหารชีวิต —
ผลหลังพิจารณาการรับสารภาพ — จำคุกรวม 50 ปี
การคุมขังระหว่างอุทธรณ์ คำสั่งคุมขัง ยังคงถูกควบคุมตัว

บทบาทหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

คดีนี้ถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำเสนอ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่มีบทบาทในการสืบสวนรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วผลคำตัดสินได้ถูกเผยแพร่โดยศูนย์ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ประชาชนควรรู้

  • คำพิพากษาของศาลชั้นต้นยังไม่สิ้นสุด หากจำเลยยื่นอุทธรณ์ คดีจะถูกพิจารณาต่อในชั้นที่สูงขึ้น
  • การรับสารภาพอาจลดโทษลงได้ตามหลักกฎหมาย แต่ไม่ทำให้ความผิดพลิกกลับโดยอัตโนมัติ
  • หน่วยงานความมั่นคงและตุลาการยังต้องรักษาความโปร่งใสและให้ข้อมูลแก่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ การติดตามการดำเนินคดีและการประกอบพยานหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การเยียวยาและการประกันความปลอดภัยของชุมชนดำเนินไปอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

ข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ถูกเผยแพร่ในช่วงวันที่ 21–22 กันยายน พ.ศ.2569 โดยศาลจังหวัดนราธิวาสและศูนย์ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานภาคความมั่นคง ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าในขั้นตอนอุทธรณ์ต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

67นราธิวาส

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นราธิวาส ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว