ศาลจังหวัดนราธิวาสมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.180/69 กรณีการลักลอบนำวัตถุระเบิดไปซุกซ่อนในรถจักรยานยนต์ แล้วจอดทิ้งไว้บริเวณปากซอยละม้ายอุทิศ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2559 โดยจำเลยในคดีนี้คือ นายอาหาหมัดซายูกี (สงวนนามสกุล)
ข้อกล่าวหาและคำพิพากษา
คดีดังกล่าวจำเลยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในหลายกรรมฐาน ได้แก่ ก่อการร้าย, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, กระทำการฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์แล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้อง
ในเบื้องต้นศาลมีคำลงโทษสูงสุดเป็นโทษประหารชีวิต แต่เนื่องจากจำเลยได้ให้การรับสารภาพซึ่งศาลพิจารณาว่าเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดี ศาลจึงใช้ดุลยพินิจลดโทษสำหรับแต่ละกรรมเป็นกึ่งหนึ่ง ส่งผลให้โทษหลังการลดลงมีสภาพเป็นการจำคุกรวมกันเป็นเวลา 50 ปี
สถานะของจำเลยหลังคำพิพากษา
ศาลมีคำสั่งให้คุมขังจำเลยไว้ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษานี้เป็นคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและจำเลยยังคงมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นสูงตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ความสำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมและความปลอดภัยสาธารณะ
คดีลักษณะการวางระเบิดในพื้นที่ชุมชนมีผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชน การที่ศาลพิจารณาพยานหลักฐานและออกคำพิพากษาตามกระบวนการสะท้อนให้เห็นการดำเนินงานของระบบยุติธรรมในพื้นที่ที่เคยมีเหตุรุนแรง ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ระบุเหตุการณ์และขั้นตอนการพิพากษาเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2569
รายละเอียดเชิงตัวเลขของคำพิพากษา
| รายการ | สถานะก่อนลดโทษ | หลังลดโทษ |
|---|---|---|
| บทลงโทษสูงสุด | ประหารชีวิต | — |
| ผลหลังพิจารณาการรับสารภาพ | — | จำคุกรวม 50 ปี |
| การคุมขังระหว่างอุทธรณ์ | คำสั่งคุมขัง | ยังคงถูกควบคุมตัว |
บทบาทหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คดีนี้ถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำเสนอ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่มีบทบาทในการสืบสวนรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วผลคำตัดสินได้ถูกเผยแพร่โดยศูนย์ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ประชาชนควรรู้
- คำพิพากษาของศาลชั้นต้นยังไม่สิ้นสุด หากจำเลยยื่นอุทธรณ์ คดีจะถูกพิจารณาต่อในชั้นที่สูงขึ้น
- การรับสารภาพอาจลดโทษลงได้ตามหลักกฎหมาย แต่ไม่ทำให้ความผิดพลิกกลับโดยอัตโนมัติ
- หน่วยงานความมั่นคงและตุลาการยังต้องรักษาความโปร่งใสและให้ข้อมูลแก่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ การติดตามการดำเนินคดีและการประกอบพยานหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การเยียวยาและการประกันความปลอดภัยของชุมชนดำเนินไปอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ถูกเผยแพร่ในช่วงวันที่ 21–22 กันยายน พ.ศ.2569 โดยศาลจังหวัดนราธิวาสและศูนย์ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานภาคความมั่นคง ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าในขั้นตอนอุทธรณ์ต่อไป