ขอนแก่น — ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานีจอดรถสองแถวหลายจุดในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น พบว่าผู้ขับรถโดยสารสาธารณะกำลังเผชิญปัญหาต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะรถสองแถวสีเขียว สาย 4 เส้นทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์ – บขส. 3 ระยะทางทั้งสายประมาณ 12 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของผู้โดยสารในพื้นที่
แรงกดดันจากราคาน้ำมัน
ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 43.54 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ผู้ขับต้องปรับกลยุทธ์การทำงานและบริหารต้นทุนอย่างเร่งด่วน ตัวอย่างผู้ขับรายหนึ่งเปิดเผยสภาพการเติมน้ำมันว่าเมื่อเติมด้วยเงิน 500 บาท จะได้เพียงราว 11 ลิตร ซึ่งเพียงพอให้วิ่งรับส่งผู้โดยสารไป-กลับได้ไม่กี่รอบเท่านั้น ในช่วงที่จำนวนผู้โดยสารลดลง เช่น ช่วงปิดเทอม บางครั้งผู้ขับต้องวิ่งรถเปล่าจากต้นทางไปปลายทาง ส่งผลให้รายได้ไม่คุ้มค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ผลกระทบต่อรายได้และความอยู่รอด
ผู้ขับกลุ่มหนึ่งคำนวณต้นทุนและเสนอว่าการปรับค่าบริการเป็น 20 บาท จากอัตราปัจจุบันที่ 15 บาท ต่อเที่ยว จะช่วยให้สามารถเดินรถได้อย่างพอฟื้นตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังตระหนักถึงภาระของผู้โดยสารซึ่งเป็นคนหาเช้ากินค่ำเช่นกัน ความเป็นไปได้ในการขึ้นค่าโดยสารจึงเป็นเรื่องอ่อนไหวและต้องคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของผู้โดยสาร
- ราคาน้ำมัน ขณะสำรวจ: 43.54 บาท/ลิตร
- จำนวนลิตรที่ได้จากเติม 500 บาท: ประมาณ 11 ลิตร
- ระยะทางสายตัวอย่าง: ประมาณ 12 กิโลเมตร
เสียงจากผู้ขับและความคาดหวังต่อรัฐ
"โดยส่วนตัวอยากให้ปรับค่าโดยสารขึ้นเป็น 20 บาท จากเดิม 15 บาท ถึงจะคุ้มทุน แต่ก็เข้าใจผู้โดยสาร"
เสียงเรียกร้องต่อรัฐบาลจากผู้ขับรถสองแถวสะท้อนความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการราคาพลังงาน ผู้ขับบางคนกล่าวว่าราคาน้ำมันปัจจุบันสูงกว่าช่วงรัฐบาลก่อนๆ และหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการเยียวยาหรือตรึงราคาชั่วคราว เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประกอบอาชีพที่พึ่งพาเชื้อเพลิงโดยตรง
มุมมองต่อการปรับขึ้นค่าโดยสาร
การขึ้นค่าโดยสารเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้ประกอบการพาหนะสาธารณะพิจารณา แต่การตัดสินใจดังกล่าวต้องคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของประชาชนและการแข่งขันกับระบบขนส่งอื่นๆ ในพื้นที่ หากปรับขึ้นมากเกินไปอาจทำให้ผู้โดยสารลดลง ส่งผลให้รายได้โดยรวมของผู้ขับไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาด
ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ผู้ขับต้องการ
จากการสอบถามพบว่าผู้ขับคาดหวังให้มีมาตรการดังนี้
- การตรึงราคาหรือให้มีการชดเชยค่าพลังงานแก่ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ
- มาตรการชั่วคราวช่วยลดภาระต้นทุนเชื้อเพลิง เช่น บัตรเติมน้ำมันหรือเงินอุดหนุน
- การเปิดเวทีรับฟังปัญหาเพื่อออกแบบแนวทางที่เป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสาร
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| ราคาดีเซล (สำรวจ) | 43.54 บาท/ลิตร |
| ปริมาณที่ได้จาก 500 บาท | ประมาณ 11 ลิตร |
| อัตราค่าโดยสารปัจจุบัน (ตัวอย่าง) | 15 บาท/เที่ยว (ข้อเสนอขึ้นเป็น 20 บาท) |
ทิศทางและผลกระทบระยะยาว
หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จะส่งผลให้ผู้ขับรถสองแถวบางส่วนอาจต้องลดจำนวนเที่ยวหรือยุติประกอบอาชีพ ส่งผลต่อการเข้าถึงการคมนาคมของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมือง อีกทั้งอาจกระทบต่อการเดินทางของผู้เรียน ผู้สูงอายุ และผู้ใช้บริการที่พึ่งพารถโดยสารสายนี้เป็นประจำ
ในแง่ของการบริหารจัดการท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถรวบรวมข้อมูลผลกระทบและประสานกับหน่วยงานระดับจังหวัดหรือส่วนกลางเพื่อนำเสนอแนวทางช่วยเหลือ เช่น การพิจารณาเงินชดเชยระยะสั้น หรือการจัดโปรโมชั่นร่วมกับสถานีบริการเชื้อเพลิงเพื่อบรรเทาต้นทุนให้ผู้ขับ
สถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนในขณะนี้ชี้ให้เห็นความเปราะบางของอาชีพที่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงโดยตรง การร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาความต่อเนื่องของระบบขนส่งสาธารณะในเมืองขอนแก่น และยืนหยัดให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน