เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ริมถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์สวมชุดลายพรางจำนวนหนึ่งนำท่อคอนกรีตมาวางปิดทางเข้า-ออกของวัดทุกทาง พร้อมติดป้ายเรียกร้องให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในวัดภายในระยะเวลา 15 วัน สร้างความตระหนกให้พระสงฆ์และลูกศิษย์ที่อยู่ภายในวัด
เหตุการณ์และการตอบรับจากวัด
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบพระครูอดุลย์สารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม และนายธนากร บุญนคร หรือ "นัท" อายุ 33 ปี ผู้เป็นลูกศิษย์ เจ้าอาวาสและลูกศิษย์ระบุว่า หลังพบคนตัดหญ้ารอบบริเวณวัด กลุ่มชายดังกล่าวได้นำป้ายมาแขวนรอบพื้นที่และทยอยนำท่อคอนกรีตมาวางปิดทางเข้า-ออกจนรอบบริเวณวัด โดยประมาณจำนวนคนที่เข้ามาประเมินได้ราว 40–50 คน ใช้รถตู้ประมาณ 3 คัน
บรรยากาศภายในวัดตึงเครียด พระสงฆ์พากันตื่นตกใจและได้ประสานให้ลูกศิษย์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ตำรวจสายตรวจเดินทางมาตรวจสอบและรับคำพูดคุยกับทางวัด
ปมข้อพิพาทที่ดินและสถานะทางคดี
ทนายความของทางวัดชี้แจงว่า ข้อพิพาทมีรายละเอียดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหลายแปลง โดยปัจจุบันเหลือเพียงแปลงสุดท้ายซึ่งเป็นพื้นที่ประมาณ 5 ไร่เศษ ซึ่งยังไม่ออกโฉนด เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ฝ่ายโจทก์ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา ส่วนทางวัดได้ยื่นคัดค้านตามกระบวนการ คดีอยู่ในขั้นตอนรอการพิจารณาว่าศาลฎีกาจะรับคำร้องหรือไม่
“ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้อง ส่วนในชั้นฎีกา ฝ่ายโจทก์ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา ขณะที่ฝ่ายวัดยื่นคัดค้านตามขั้นตอนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง”
ทนายความยังให้คำแนะนำว่าหากเหตุการณ์มีการกระทำเช่นนี้ ควรให้เจ้าอาวาสแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเพื่อให้การคุ้มครองและดำเนินการตามกฎหมาย
ลักษณะบุคคลและการตั้งข้อสังเกต
ตามคำให้การของนายธนากร กลุ่มคนที่มาดูเหมือนไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐเต็มรูปแบบ บางคนสวมชุดคล้ายทหาร บางคนเป็นชุดคลุม แต่ลักษณะโดยรวมดูเหมือนผู้รับจ้างมากกว่าหน่วยงานทางการ นอกจากนี้มีการอ้างว่าโฉนดเป็นของผู้ร้องและกล่าวอ้างสิทธิเป็นมรดกจากทายาท ข้อความในป้ายและคำพูดของกลุ่มชายดังกล่าวยังระบุว่าได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ด้านบนและจะไม่คำนึงถึงคำตัดสินของศาลหรือคำสั่งของตำรวจตามคลิปเหตุการณ์ที่มีผู้บันทึกไว้
ผลกระทบต่อชุมชนและข้อกังวลด้านความปลอดภัย
การกระทำในลักษณะนี้ส่งผลโดยตรงต่อความสงบเรียบร้อยของชุมชนและสิทธิในการใช้พื้นที่ทางศาสนา พระสงฆ์และชาวบ้านมีความกังวลทั้งด้านความปลอดภัยและการเข้าถึงวัดเพื่อประกอบกิจกรรมทางศาสนา ขณะเดียวกันยังสร้างความไม่แน่นอนต่อการแก้ไขข้อพิพาทด้านที่ดินที่กำลังอยู่ในกระบวนการศาล
- จำนวนผู้ก่อเหตุที่ปรากฏ: ประมาณ 40–50 คน
- พื้นที่ที่ถูกอ้างสิทธิ: ประมาณ 5 ไร่เศษ (ยังไม่ออกโฉนด)
- การดำเนินการของวัด: แจ้งความกับตำรวจเพื่อความปลอดภัย
| ประเด็น | สถานะ |
|---|---|
| การปิดทางวัด | เกิดขึ้นจริง มีการนำท่อคอนกรีตมาปิดทางเข้า-ออก |
| จำนวนผู้เกี่ยวข้อง | ประมาณ 40–50 คน |
| สถานะคดีที่ดิน | อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา |
แนวทางการติดตามและข้อแนะนำ
กรณีข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม การใช้อำนาจนอกระบบหรือการนำกลุ่มบุคคลมาดำเนินการเองอาจทำให้สถานการณ์บานปลาย ทางวัดและผู้เกี่ยวข้องควรประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายกฎหมายเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ประชาชนและผู้มีกิจที่จะเข้า-ออกพื้นที่วัดควรติดตามประกาศและหลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้บริเวณที่มีการชุมนุม จนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดการให้เรียบร้อย
สถานการณ์นี้เป็นเรื่องที่ชุมชนในเมืองขอนแก่นเฝ้าจับตามอง ทั้งเรื่องสิทธิการใช้พื้นที่ทางศาสนาและการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง WE NEWS จะติดตามความคืบหน้าและรายงานให้ทราบต่อไป