ขอนแก่น — กรณีข้อพิพาทภายในวัดป่าอดุลยารามซึ่งนำไปสู่การดำเนินคดีต่อ น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ป้าดา” และผู้เกี่ยวข้อง ยังคงเป็นประเด็นที่ชาวขอนแก่นติดตาม หลังมีความเคลื่อนไหวการขอเลื่อนการส่งสำนวนฟ้องให้อัยการจากวันที่เดิมไปเป็นวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2569
ตำรวจขีดเส้นไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนนาน
จากรายงานระบุว่า ผู้บังคับบัญชาสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เห็นว่ากำหนดระยะเวลาใหม่ที่ขอเลื่อนนั้นยาวเกินไป จึงให้เวลา 15 วัน แก่ผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและเตรียมพร้อมนำสำนวนเสนออัยการ โดยมีข้อกำชับให้มาพบอัยการภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
“ข่าวด่วน ! ป้าดากับพวก ขอเลื่อนตำรวจฯ ส่งฟ้องอัยการฯ พรุ่งนี้ เป็นวันที่ 3 ธ.ค. ผกก.เมืองขอนแก่น แย้งนานไป ให้เวลา 15 วัน ภายในวันที่ 2 พ.ย. ศกนี้ ต้องมาพบอัยการ ! ทำไมไม่เก่งเหมือนตอนแถลงข่าว?”
ข้อความข้างต้นเป็นภาพข้อความที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งกล่าวถึงการขอเลื่อนนัดและข้อคิดเห็นของผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ โดยกรณีดังกล่าวถูกติดตามอย่างใกล้ชิดจากชุมชนในพื้นที่วัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ที่มาของคดีและสถานะปัจจุบัน
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ปิดทางเข้า–ออกภายในบริเวณวัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ต่อมามีการดำเนินคดีและเรียกสอบพยาน รวมถึงออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้อง
ต่อมาในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 น. น.ส.ชมมณี พร้อมด้วยผู้ถูกกล่าวหาตามหมายเรียกรวมทั้งนางบัวไข สรสมุทร รวมทั้งสิ้น 9 คน เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหา
สำหรับข้อกล่าวหาในกรณีของน.ส.ชมมณี เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าเกี่ยวข้องกับความผิดที่มีลักษณะหลายด้าน อาทิ การบุกรุก การร่วมก่ออั้งยี่ซ่องโจร การข่มขู่และรายการกล่าวหาในมาตรา 112 ขณะที่นางบัวไขถูกกล่าวหาเรื่องการแจ้งความเท็จ
ความหมายทางกระบวนการยุติธรรมและผลกระทบท้องถิ่น
การขอเลื่อนการส่งสำนวนให้อัยการเป็นกระบวนการที่ทำได้ตามกฎหมายเมื่อจำเป็น แต่ในกรณีนี้ ผู้บังคับการสถานีตำรวจตั้งข้อสังเกตว่าเวลาที่ขอเลื่อนยาวเกินสมควร อาจทำให้กระบวนการสอบสวนและการสรุปสำนวนล่าช้า ซึ่งส่งผลทั้งต่อผู้รับผิดชอบคดีและความสงบเรียบร้อยของชุมชนรอบวัด
บ้านเมืองและชุมชนโดยรอบวัดป่าอดุลยารามให้ความสนใจต่อคดีนี้ เนื่องจากเหตุการณ์มีผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมของวัดและการเข้าสถานที่ของประชาชน ทั้งยังเป็นคดีที่มีการกล่าวหาในมาตราต่าง ๆ ที่มีความอ่อนไหวทางสังคม
- วันที่เหตุการณ์สำคัญ — 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 (ปิดทางเข้า–ออกวัด)
- การเข้าพบพนักงานสอบสวน — 18 กันยายน พ.ศ. 2569 (ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 9 คน)
- คำขอเลื่อนสำนวน — เลื่อนจากวันที่ 22 ตุลาคม เป็นวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2569
- ข้อกำชับของ ผกก. — กำหนดเวลา 15 วัน และให้มาพบอัยการภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
| เหตุการณ์ | วันที่ |
|---|---|
| ปิดทางเข้า–ออกวัดป่าอดุลยาราม | 10 ส.ค. พ.ศ. 2569 |
| ผู้ต้องหาพบพนักงานสอบสวน | 18 ก.ย. พ.ศ. 2569 |
| กำหนดส่งสำนวนเดิม/คำขอเลื่อน | 22 ต.ค. → ขอนัดใหม่ 3 ธ.ค. พ.ศ. 2569 |
| กำชับการมาพบอัยการ | ภายใน 2 พ.ย. พ.ศ. 2569 |
แนวทางต่อไปและสิ่งที่ประชาชนควรทราบ
ในภาวะที่คดียังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมและสรุปสำนวน การติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สภ.เมืองขอนแก่น และสำนักงานอัยการ เป็นสิ่งสำคัญ ประชาชนควรให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรมและหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าเรื่องการนัดส่งสำนวนและการนัดพยานในชั้นอัยการต่อไป และรายงานให้สาธารณชนทราบเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
นภาพร คำแก้ว, ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น — WE NEWS