เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2569 ที่เทศบาลตำบลโคกสำราญ อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2 ตอนบ้านไผ่–ท่าพระ ช่วง กม.305+550 ถึง กม.306+450 จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการก่อสร้างที่เสนอเป็น สะพานบก/ทางแยกต่างระดับ และเสนอทางเลือกที่เน้นการปรับปรุงสภาพพื้นที่ให้สอดคล้องกับชุมชนมากกว่า
ความกังวลของชุมชน
ผู้เข้าร่วมประชุมระบุเหตุผลหลายประการที่ไม่เห็นด้วยกับรูปแบบสะพานบก อาทิ ผลกระทบต่อ ภูมิทัศน์ และทัศนียภาพของชุมชน สิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจและราคาที่ดิน การเข้าถึงของบ้านเรือนหรือกิจการริมถนน รวมทั้งปัญหาด้านความสะดวกของผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษ จึงเสนอให้หน่วยงานพิจารณาทางเลือกอื่นก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย
แนวทางที่ชุมชนเสนอ
- ติดตั้ง สัญญาณไฟจราจร บริเวณแยกโคกสำราญ
- ขยายช่องจราจรเพื่อรองรับปริมาณรถและลดความแออัด
- ติดตั้งป้ายบอกทางเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว เช่น ทางเข้าแก่งละว้า
ในที่ประชุมมีการติดตั้งป้ายแสดงรายละเอียดโครงการ ช่วงดำเนินการ และรูปแบบการก่อสร้างเพื่อประกอบการชี้แจง ขณะที่เจ้าหน้าที่ชี้แจงถึงสิทธิของประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นก่อนการดำเนินโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และคุณภาพชีวิตของชุมชน
ฝ่ายกรมทางหลวงชี้แจงและทบทวน
นายเสน่ห์ เจริญวงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 3 (บ้านไผ่) ระบุว่า เจ้าหน้าที่รับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนอย่างจริงจัง และจะนำความคิดเห็นเหล่านี้กลับไปพิจารณาเพื่อปรับรูปแบบโครงการให้เหมาะสมกับพื้นที่ ก่อนรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอขอจัดสรรงบประมาณที่วางแผนไว้ในปีงบประมาณ พ.ศ.2571
เจ้าหน้าที่ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรมทางหลวงมีแผนขยายถนนจากจังหวัดนครราชสีมาเข้าสู่จังหวัดขอนแก่นให้เป็น 6 ช่องจราจร แต่การดำเนินงานจะเป็นไปตามลำดับความสำคัญและงบประมาณที่จัดสรร จึงอาจต้องดำเนินการเป็นช่วง ๆ และย้ำว่าบางมาตรการ เช่น การติดตั้งป้ายบอกทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว สามารถประสานดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องรอการก่อสร้างครั้งนี้
ข้อพิจารณาทางเทคนิคและชุมชน
วิศวกรผู้จัดทำโครงการ ซึ่งเป็นบุคลากรท้องถิ่นและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำหน้าที่ออกแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ยังต้องรับฟังและบูรณาการผลกระทบที่ประชาชนอาจได้รับเข้ากับการออกแบบ ทางฝ่ายวิศวกรรมระบุว่าจะต้องประเมินทั้งเรื่องปริมาณการจราจร ความปลอดภัย และผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ก่อนสรุปแบบที่เหมาะสม
ผลกระทบท้องถิ่นและประโยชน์สาธารณะ
การตัดสินใจเลือกรูปแบบโครงสร้างทางหลวงส่งผลต่อ:
- การเข้าถึงและความคล่องตัวของชุมชนโดยรอบ
- ภูมิทัศน์และมูลค่าทรัพย์สินบริเวณรอบโครงการ
- การส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น เช่น การเข้าถึงแก่งละว้า
ดังนั้นการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการดำเนินงานก่อสร้างรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
ข้อมูลโครงการเบื้องต้น
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งโครงการ | ทางหลวงหมายเลข 2 ตอน บ้านไผ่–ท่าพระ ช่วง กม.305+550 ถึง กม.306+450 |
| รูปแบบที่เสนอ | สะพานบก/ทางแยกต่างระดับ (ข้อเสนอเดิม) |
| ข้อเสนอจากประชาชน | ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ขยายช่องจราจร ติดป้ายบอกทาง |
| แผนงบประมาณ | เตรียมเสนอขอจัดสรรในปีงบประมาณ พ.ศ.2571 |
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างของกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามกฎหมาย ที่เปิดให้ชุมชนแสดงความคิดเห็นก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ฝ่ายบริหารทางหลวงระบุว่าจะรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดเพื่อพิจารณารูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและประโยชน์สาธารณะ พร้อมทั้งดำเนินการขั้นตอนทางราชการต่อไป
สำหรับประชาชนที่มีความประสงค์แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม สามารถติดต่อแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 3 (บ้านไผ่) เพื่อเสนอข้อมูลหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ก่อนที่หน่วยงานจะสรุปแบบและยื่นคำขอจัดสรรงบประมาณตามกระบวนการต่อไป
นภาพร คำแก้ว
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น, WE NEWS