เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ชาวประมงพื้นบ้านจากหลายหมู่บ้านในอำเภอปะทิว รวมตัวกันบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แทน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนประมาณ กว่า 100 คน มีผู้นำชุมชนและตัวแทนสมาคมประมงเข้าร่วมและนำปัญหามาเสนอผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อกังวลของชาวประมง
สาระสำคัญของข้อเรียกร้องมุ่งไปที่การดำเนินงานตามแนวคิด OECMs (Other Effective area-based Conservation Measures) ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการพื้นที่ที่มีมาตรการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ แม้จะไม่อยู่ในรูปกฎหมายคุ้มครองเดิม ชาวประมงระบุว่ากระบวนการที่กำลังกำหนดยังขาดความชัดเจนและไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ชาวประมงมีส่วนร่วมเพียงพอ
ตัวแทนกลุ่มระบุความกลัวว่าหากมีการกำหนดเขตหรือมาตรการเพิ่มเติมโดยไม่ชี้แจงผลกระทบต่อการประกอบอาชีพอย่างชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อการจับสัตว์น้ำของชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการขนาดเล็กในพื้นที่ชายฝั่งของอำเภอปะทิว
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังและชี้แจง
ผู้ชุมนุมต้องการเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง แต่ในวันดังกล่าวผู้ว่าฯ ติดภารกิจ จึงมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ เป็นผู้รับหนังสือแทน ทั้งนี้มีตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพรเข้าร่วมรับฟังปัญหาและข้อกังวลของชาวประมงด้วย
ตามข้อมูลโครงการ OECMs นี้ จังหวัดชุมพรได้รับคัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับการจัดการทะเลและชายฝั่ง ภายใต้โครงการ Climate, Coastal and Marine Biodiversity ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผ่านกองทุน International Climate Initiative และมีหน่วยงานความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เป็นผู้ดำเนินงานร่วม
พื้นที่ที่เป็นเป้าหมายและหน่วยงานร่วม
โครงการมีเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอปะทิวหลายแห่ง โดยมีความร่วมมือด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงและองค์กรการอนุรักษ์ระหว่างประเทศ (IUCN)
| พื้นที่นำร่อง | ลักษณะ |
|---|---|
| เกาะร้านเป็ด - เกาะร้านไก่ | เกาะชายฝั่งและระบบนิเวศทางทะเล |
| อ่าวบางสน | พื้นที่ชายฝั่งและปากแม่น้ำ |
| อ่าวบางสน - อ่าวบ่อเมา | แนวปากอ่าวและแหล่งประมงชายฝั่ง |
| อ่าวสะพลี | อ่าวชายฝั่งที่มีชุมชนประมง |
| กองหินสามเหลี่ยม | แนวหินชายฝั่งและระบบนิเวศใกล้เคียง |
ข้อเรียกร้องและคำขอจากชุมชน
ในหนังสือที่ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนชาวประมงขอให้จังหวัดชะลอการแต่งตั้งคณะทำงานหรือการดำเนินการใด ๆ ที่จะนำไปสู่การกำหนดมาตรการจำกัดการใช้ประโยชน์ จนกว่าจะมีการชี้แจงข้อมูลอย่างละเอียด เปิดรับฟังความคิดเห็นของชุมชน และจัดประชาคมอย่างเป็นระบบเพื่อประเมินผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของชาวประมง
- ขอให้มีการชี้แจงผลกระทบทันทีต่อชุมชนประมง
- เรียกร้องให้มีการมีส่วนร่วมของชาวประมงในกระบวนการตัดสินใจ
- ขอชะลอการตั้งคณะทำงานจนกว่าจะมีการประชาคมครบถ้วน
ประเด็นเชื่อมโยงและทิศทางต่อไป
นโยบายการอนุรักษ์ที่อาศัยมาตรการเชิงพื้นที่โดยไม่ใช้กรอบกฎหมายแบบเดิมสร้างความท้าทายทั้งด้านการจัดการทรัพยากรและความยั่งยืนของชุมชนชายฝั่ง ในขณะที่หน่วยงานที่ดำเนินโครงการมุ่งหวังให้เกิดการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้ได้รับผลกระทบมองว่าต้องมีการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับความสามารถในการยังชีพของคนในพื้นที่
เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการสื่อสารเชิงรุกและการออกแบบกระบวนการที่เปิดกว้างเพื่อให้การดำเนินโครงการด้านระบบนิเวศชายฝั่งสามารถเดินหน้าได้โดยไม่ทิ้งคนในพื้นที่ไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องทั้งระดับจังหวัดและผู้แทนโครงการจะต้องเร่งหาช่วงทางประนีประนอม และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อคลี่คลายความกังวลของชุมชนต่อไป