สิ่งแวดล้อม พระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา (43)

ผู้บริหารระดับชาติตรวจระดับน้ำที่วัดไชยวัฒนาราม ยืนยันเตรียมพร้อมรับมือฝน-แล้งในพระนครศรีอยุธยา

รองนายกรัฐมนตรีและคณะลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำบริเวณโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม พร้อมฟังแผนบริหารจัดการอุทกภัย-ภัยแล้งจังหวัด เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวครอบคลุม 16 อำเภอ และเตรียมแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง พ.ศ.2568/69 ขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นเรียกร้องขอขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”

ผู้บริหารระดับชาติตรวจระดับน้ำที่วัดไชยวัฒนาราม ยืนยันเตรียมพร้อมรับมือฝน-แล้งในพระนครศรีอยุธยา
©ภาพประกอบ จิรายุ ศรีอยุธยา / we-news.com

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2569 คณะผู้บริหารระดับชาติลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อรับฟังการประเมินความเสี่ยงและแผนการป้องกันผลกระทบจากอุทกภัยต่อมรดกทางวัฒนธรรมและชุมชนในพื้นที่

การประเมินความเสี่ยงและการเฝ้าระวัง

คำชี้แจงจากการลงพื้นที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ประเมินปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลต่อระดับน้ำ ได้แก่ การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 ปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ และสภาวะน้ำทะเลหนุน ทั้งหมดจะถูกนำมาใช้ประกอบการเฝ้าระวังและวางแผนรับมืออย่างต่อเนื่อง

  • เฝ้าระวังแบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ศูนย์พักพิงชั่วคราว เตรียมความพร้อมให้ครอบคลุม 16 อำเภอ
  • เตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการ

มาตรการทั้งต่ออุทกภัยและภัยแล้ง

นอกจากการบริหารจัดการภาวะน้ำท่วมแล้ว จังหวัดได้จัดทำแผนรองรับฤดูแล้งในปี พ.ศ.2568/69 ด้วยการจัดสรรน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละภาคส่วน โดยมีการพิจารณาแยกการใช้น้ำเพื่อการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม พร้อมกำหนดแนวทางเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างเป็นระบบ

หัวข้อ รายละเอียด
การเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง
ศูนย์พักพิง เตรียมพร้อมครอบคลุม 16 อำเภอ
การจัดการฤดูแล้ง แผนการจัดสรรน้ำสำหรับฤดูแล้ง พ.ศ.2568/69

ความเห็นจากพื้นที่และการสนับสนุนภาคประชาชน

ระหว่างการลงพื้นที่ ผู้บริหารได้พบปะและพูดคุยกับผู้ประกอบการรายย่อยในบริเวณใกล้เคียง โดยได้รับทราบความต้องการด้านการสนับสนุนมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังเหตุการณ์น้ำท่วม

“ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี”

คำกล่าวจากพื้นที่สะท้อนความคาดหวังต่อโครงการช่วยเหลือของรัฐ ในโอกาสนี้ผู้ประกอบการได้ขอให้มีการขยายการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนและผู้ประกอบการในวงกว้างมากขึ้น

ความหมายต่อพระนครศรีอยุธยา

พระนครศรีอยุธยาในฐานะเมืองมรดกโลกและศูนย์กลางชุมชนริมแม่น้ำ มีความเปราะบางต่อความผันผวนของระดับน้ำ การที่หน่วยงานระดับชาติลงมาติดตามและทบทวนแผนถือเป็นสัญญาณสำคัญในการปกป้องมรดกและความเป็นอยู่ของประชาชน แผนการเฝ้าระวัง การจัดเตรียมศูนย์พักพิง และการวางมาตรการเฉพาะสำหรับฤดูแล้ง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ต้องสอดประสานจากหลายฝ่าย ทั้งหน่วยงานรัฐ เจ้าของโบราณสถาน และชุมชนท้องถิ่น

การติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและการสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดผลกระทบ ขณะเดียวกันการขยายโครงการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจที่ได้รับการตอบรับดีสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เมื่อพิจารณาถึงบทบาทของอยุธยาในฐานะเมืองที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวและภาคเกษตร การเตรียมความพร้อมทั้งเชิงป้องกันและเชิงฟื้นฟูจึงจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กัน

การประชุมและลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการตรวจระดับน้ำเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานระดับชาติและท้องถิ่นในการรักษาทรัพยากรทางวัฒนธรรม และปกป้องวิถีชีวิตของประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างเป็นรูปธรรม

จิรายุ ศรีอยุธยา
จิรายุ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ จิรายุ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

43พระนครศรีอยุธยา

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พระนครศรีอยุธยา ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว