เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้จัดการประชุมเพื่อร่วมหาแนวทางเฝ้าระวังและป้องกันเหตุในสถานศึกษา โดยมีการสั่งการให้ครูเวรและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลนักเรียนทั้งด้านความปลอดภัยและสภาพจิตใจ หลังจากเกิดเหตุการณ์นักเรียนใช้อาวุธปืนยิงครูและนักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นซ้ำในพื้นที่
ผู้บริหารท้องถิ่นชี้ต้องเพิ่มการสังเกตพฤติกรรมและสร้างพื้นที่ปลอดภัย
การประชุมจัดขึ้นที่วัดศาลาปูนวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นางรุ่งรัศมี สรรพโกศลกุล รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางสกาวรัตน์ จรัสศรี ผู้อำนวยการส่วนบริหารการศึกษา ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการศึกษา คณะผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนงานราชการ และพนักงานของสำนักการศึกษาเข้าร่วม
เทศบาลเน้นย้ำมาตรการเชิงป้องกันที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การจัดครูเวรยืนตรวจคัดกรองบริเวณทางเข้าโรงเรียน ทักทายเพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างครูกับนักเรียน และการสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของเด็กเพื่อจับสัญญาณปัญหาเบื้องต้น
มาตรการเชิงปฏิบัติการที่ประกาศ
- ครูเวรประจำประตู ให้ยืนต้อนรับและคัดกรองนักเรียนที่เข้าออกอย่างใกล้ชิด
- ครูผู้สังเกตพฤติกรรม ร่วมกันติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ พฤติกรรม และการเรียนของนักเรียน
- การเป็นที่ปรึกษา ให้ครูทุกคนสามารถเป็นที่ปรึกษาและรับฟังปัญหาชีวิต/การเรียนของนักเรียนได้
เนื้อหาการประชุมย้ำว่าการสร้างความใกล้ชิดในเชิงบำบัดและการสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียนเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องและลดความเครียด ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งนำไปสู่การกระทำรุนแรง
“สามารถเป็นที่ปรึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กนักเรียนได้”
แนวคิดนี้สะท้อนมุมมองว่าการป้องกันเหตุในสถานศึกษาต้องไม่เน้นเพียงการตรวจตราเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ยังต้องจัดระบบสนับสนุนด้านจิตใจและการดูแลเชิงสัมพันธ์ระหว่างครู-นักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่นักเรียนรู้สึกปลอดภัยและกล้าพูดคุยเมื่อพบปัญหา
บริบทและความสำคัญต่อชุมชนอยุธยา
ในฐานะเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวรวมถึงชุมชนที่แน่นแฟ้น เหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาส่งผลสะเทือนต่อความรู้สึกของชุมชนโดยรวม ทั้งต่อผู้ปกครอง ผู้สอน และเด็กนักเรียนเอง เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาจึงต้องแสดงบทบาทนำในการประสานงานระหว่างโรงเรียน หน่วยงานสาธารณสุข และหน่วยงานความมั่นคงเพื่อวางมาตรการเชิงรุกที่เหมาะสม
นอกจากนี้ การฝึกอบรมครูเรื่องการสังเกตสัญญาณปัญหาทางจิตใจ เทคนิคการสื่อสารกับเด็ก และการจัดระบบส่งต่อเมื่อนักเรียนต้องการความช่วยเหลือเป็นเรื่องที่ควรได้รับการเชื่อมโยงและลงมือปฏิบัติจริงในระดับโรงเรียน เพื่อให้แนวทางที่ออกมามีผลจริงต่อการลดความเสี่ยง
จากการประชุมครั้งนี้ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้ชักชวนผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันปรับมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ทั้งในด้านการตั้งจุดคัดกรอง การดูแลเชิงจิตใจ และการเป็นที่ปรึกษาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้สถานศึกษาสังกัดเทศบาลเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในจังหวัด
| ผู้เข้าร่วม | ตำแหน่ง/หน่วยงาน |
|---|---|
| นางรุ่งรัศมี สรรพโกศลกุล | รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา (ประธานการประชุม) |
| นางสกาวรัตน์ จรัสศรี | ผู้อำนวยการส่วนบริหารการศึกษา ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการศึกษา |
| คณะผู้บริหารสถานศึกษาและเจ้าหน้าที่ | สถานศึกษาในสังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา / สำนักการศึกษา |
มาตรการที่ประกาศในการประชุมครั้งนี้จะเป็นกรอบเริ่มต้น ซึ่งการติดตามผลและการประเมินความเหมาะสมตามบริบทของแต่ละโรงเรียนยังเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยามีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป