กระทรวงคมนาคมเดินหน้าผลักดันโครงการสะพานเชื่อม เกาะคอเขา เป็นโครงการนำร่องในการยกระดับโครงข่ายคมนาคมและส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่อันดามัน โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการก่อสร้างระยะแรกในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมเป็นเงิน 55 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างระยะทางเริ่มต้นจำนวน 1 กิโลเมตร ขณะที่ส่วนที่เหลือซึ่งมีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ต้องรอผลการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากมีการตัดผ่านพื้นที่ป่าชายเลน
สาเหตุและความจำเป็นของโครงการ
ผู้บริหารกระทรวงคมนาคมชี้ว่า การมีสะพานเชื่อมจะช่วยแก้ปัญหาการพึ่งพาแพขนานยนต์ซึ่งถูกมองว่ามีข้อจำกัดด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความปลอดภัย โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ในเวลากลางคืนที่ประชาชนบนเกาะต้องแบกรับภาระเดินทางข้ามฝั่ง ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลให้โครงการดังกล่าวถูกยกขึ้นมาเป็นโครงการแกนนำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่
กรอบเวลาและขั้นตอนที่ชัดเจน
แผนงานของกรมทางหลวงชนบทระบุว่าการก่อสร้างระยะแรกความยาว 1 กิโลเมตรจะใช้งบประมาณในปีงบประมาณ 2570 ส่วนการก่อสร้างต่อเนื่องของอีกประมาณ 5 กิโลเมตรซึ่งตัดผ่านพื้นที่ป่าชายเลน จะรอผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่คาดว่าจะสรุปได้ในต้นปี 2570 เพื่อขอของบประมาณสำหรับการก่อสร้างในปี 2571
“การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องไม่ได้เริ่มจากบนลงล่าง แต่ต้องเริ่มต้นจากความเดือดร้อนและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน” — นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
เชื่อมโยงกับโครงการระดับภูมิภาค
นอกจากสะพานเชื่อมเกาะคอเขาแล้ว กระทรวงคมนาคมยังมีแผนขยายเส้นทางอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านการจราจร เช่น การขยายทางหลวงหมายเลข 4 ให้เป็น 4 ช่องจราจร และการติดตั้งโครงการ วงแหวนอันดามัน ซึ่งเป็นโครงการเชื่อมจังหวัดหลักในภูมิภาคอันดามัน โดยมีแผนว่าจะเปิดให้ใช้งานภายในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งจะช่วยเสริมการเชื่อมโยงระหว่างพังงา ภูเก็ต และกระบี่
การรักษาสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายคาร์บอนต่ำ
ฝ่ายบริหารโครงการระบุแนวคิดที่จะผลักดันให้เกาะคอเขาเป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวแบบ Zero Carbon แห่งแรกของเอเชีย โดยสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผลการศึกษา EIA และมาตรการคุ้มครองพื้นที่ชายเลนเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
ผลต่อชุมชนและการท่องเที่ยว
การมีสะพานเชื่อมคาดว่าจะลดต้นทุนการเดินทางของประชาชนบนเกาะ เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและการศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและกิจกรรมเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือการรับฟังความเห็นของชุมชนและการจัดมาตรการป้องกันผลกระทบต่อป่าชายเลน ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อการประมงพื้นบ้านและความหลากหลายทางชีวภาพ
ข้อมูลสำคัญของโครงการ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| งบประมาณระยะแรก | 55 ล้านบาท (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570) |
| ระยะทางระยะแรก | 1 กิโลเมตร |
| ระยะทางทั้งหมดที่รอ EIA | ประมาณ 5 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ป่าชายเลน |
| แผนงบประมาณต่อเนื่อง | ขอของบปี พ.ศ. 2571 หาก EIA ผ่าน |
| โครงการเชื่อมโยงภูมิภาค | วงแหวนอันดามัน คาดเปิดใช้ปี พ.ศ. 2572 |
ประเด็นที่ต้องติดตาม
- ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับส่วนที่ตัดผ่านป่าชายเลน
- การมีส่วนร่วมของชุมชนและมาตรการเยียวยาหากมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตท้องถิ่น
- ความสอดคล้องของโครงการกับเป้าหมายการพัฒนาแบบคาร์บอนต่ำและแผนการขยายโครงข่ายถนนในภูมิภาค
โครงการสะพานเชื่อมเกาะคอเขาเป็นตัวอย่างของการออกแบบนโยบายสาธารณะที่ผสานเป้าหมายด้านการพัฒนาและการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ความสำเร็จของโครงการจะขึ้นกับความชัดเจนของการศึกษาผลกระทบ การรับฟังชุมชน และการจัดสรรงบประมาณที่ต่อเนื่องในปีถัดไป