สถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้ยังคงสร้างผลกระทบต่อชุมชนหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดกระบี่, พังงา และ สุราษฎร์ธานี หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานการเพิ่มสูงของระดับน้ำในลำคลองและการไหลหลากของน้ำป่าจนทำให้ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง
การช่วยเหลือและการอพยพ
ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานีระบุว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันที่ 17 กันยายน ทำให้ระดับน้ำในคลองศก เพิ่มขึ้นจนล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลกระทบต่อประชาชนรวมถึงผู้ป่วยติดเตียงและนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ได้ส่งรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยจำนวน 3 คัน รถกู้ภัยลากเรือ และเรือพร้อมเครื่องยนต์เข้าช่วยอพยพประชาชนกว่า 150 คน ไปยังที่ปลอดภัย
ข้อมูลที่ได้รับจากการสำรวจเบื้องต้นชี้ว่าในพื้นที่ตำบลคลองศก อำเภอพนม จ.สุราษฎร์ธานี มีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนประมาณ 470 ครัวเรือน หรือราว 1,600 คน ขณะเดียวกันการสัญจรบนถนนสายสำคัญบางช่วง เช่น บริเวณกิโลเมตรที่ 85 และ 88 ของถนนสาย 401 สุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1.5 เมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ใช้เส้นทางเลี่ยง
สถานการณ์จังหวัดพังงาและกระบี่
ในจังหวัดพังงา ฝนตกหนักและมวลน้ำจากพื้นที่อำเภอกะปง ไหลลงสู่ลำน้ำและคลองตะกั่วป่า ทำให้พื้นที่ตำบลโคกเคียน อำเภอตะกั่วป่า ถูกน้ำท่วม ปภ. เขต 18 ภูเก็ต ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา นำเรือยางติดเครื่องยนต์จำนวน 4 ลำ ไปอพยพประชาชนจากหมู่ที่ 1, 2 และ 7 ไปยังจุดปลอดภัยที่มัสยิดบ้านบางกรักนอก พร้อมจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มให้ผู้พักพิง
สำหรับจังหวัดกระบี่ ปภ. ได้ติดตามสถานการณ์ฝนตกอย่างใกล้ชิดและจัดส่งเรือพร้อมเครื่องยนต์เพื่อช่วยเหลือและอพยพผู้ได้รับผลกระทบตามจุดเสี่ยงต่างๆ แม้ยังไม่มีตัวเลขผู้ประสบภัยจำเพาะในจังหวัดกระบี่ที่แยกต่างหากจากรายงานที่เข้ามา แต่หน่วยงานท้องถิ่นและอาสาสมัครได้ระดมกำลังเตรียมรับมือ
การประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตำรวจ อำเภอ ปภ. อาสาสมัครมูลนิธิ และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ได้ร่วมกันกระจายความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และควบคุมการจราจร เพื่อให้การอพยพและการนำส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เป็นไปอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมที่พักชั่วคราว อาหาร และน้ำปริมาณหนึ่งสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
หน่วยงานด้านภัยพิบัติย้ำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง ลำห้วย ลำธาร และพื้นที่ลาดเชิงเขาเฝ้าระวังตัวเอง โดยติดตามข่าวสารจากทางราชการ และหากพบสัญญาณภัย เช่น ระดับน้ำขึ้นผิดปกติ น้ำไหลเชี่ยวหรือมีความขุ่นมาก ให้รีบย้ายไปยังพื้นที่สูงทันที
- พื้นที่ได้รับผลกระทบเฉพาะที่มีการรายงาน: ตำบลคลองศก อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี
- ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ: ประมาณ 470 ครัวเรือน (ราว 1,600 คน)
- การอพยพฉุกเฉิน: เจ้าหน้าที่อพยพกว่า 150 คน รวมผู้ป่วยติดเตียงและนักท่องเที่ยว
| จังหวัด | มาตรการที่ดำเนินการ |
|---|---|
| สุราษฎร์ธานี | ส่งรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 3 คัน, เรือพร้อมเครื่องยนต์, อพยพผู้ได้รับผลกระทบ |
| พังงา | นำเรือยาง 4 ลำ อพยพไปพักที่มัสยิดบ้านบางกรักนอก, จัดอาหาร-น้ำดื่ม |
| กระบี่ | ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่งเรือ-กำลังช่วยเหลือจุดเสี่ยง |
จากการประเมินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์ยังมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมและดินโคลนถล่มในพื้นที่สูงและแนวลำน้ำ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ควรเตรียมเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นติดตัวเมื่อจำเป็นต้องอพยพ
หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งว่าจะยังคงติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและจะประสานช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะรายงานให้ประชาชนทราบทันที