ประเทศไทย กระบี่ กระบี่ (65)

กระบี่: ช่วงน้ำลดสร้างรายได้ ชาวอ่าวนางชวนขุดหอยท้ายเภารายวัน

ชาวบ้านหมู่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ใช้ช่วงน้ำลงขุด “หอยท้ายเภา” ส่งขาย ทำรายได้เฉลี่ยมากกว่า 1,000 บาทต่อคนต่อวัน ขณะที่ฤดูกาลหอยปีนี้มาเร็วกว่าปกติ

กระบี่: ช่วงน้ำลดสร้างรายได้ ชาวอ่าวนางชวนขุดหอยท้ายเภารายวัน
©ภาพประกอบ กนกวรรณ ศรีสุข / we-news.com

อ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ — เช้าของวันนี้ชาวบ้านหมู่ 2 ตำบลอ่าวนาง ร่วมกันลงชายหาดในช่วงน้ำทะเลลดเพื่อขุด หอยท้ายเภา ที่ฝังตัวตามพื้นทรายและผิวโขดหิน นับเป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งที่อาศัยจังหวะน้ำเป็นตัวกำหนดการออกหาผลผลิตจากทะเลซึ่งสร้างรายได้ให้ครัวเรือน

วิธีการหาและอุปกรณ์ง่าย ๆ แต่ให้ผลตอบแทน

อุปกรณ์สำหรับการขุดหอยไม่ซับซ้อน เพียงถังน้ำ 1 ใบและมีดเล็กสำหรับเจาะพื้นทรายในบริเวณที่มีฟองอากาศพุ่งขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ว่ามีหอยฝังตัวอยู่ ชาวบ้านจะใช้มีดแทงลงไปและงัดหอยขึ้นมา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ชาวบ้านทำกันเป็นประจำและสอนต่อกันในชุมชน

"แค่นี้ ก็ได้หอยแล้ว"

กระบวนการที่ดูเรียบง่ายนี้กลับกลายเป็นแหล่งหารายได้ระยะสั้นให้กับครัวเรือน โดยในรอบที่ชาวบ้านลงหากันมาแล้ว 3 วัน มียอดขายส่งออกจากชายหาดในราคาขายส่งระหว่าง กิโลกรัมละ 300-500 บาท และชาวบ้านหลายครัวเรือนสามารถทำรายได้เฉลี่ยมากกว่า 1,000 บาทต่อคนต่อวัน

ฤดูกาลและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ

ปกติชาวบ้านระบุว่าเทศกาลขุดหอยท้ายเภาจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ในปีนี้สภาพอากาศและมรสุมที่มาเร็วกว่าปกติส่งผลให้หอยทยอยขึ้นมาตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ส่งผลให้ชาวบ้านเริ่มออกหาก่อนฤดูกาลเดิม ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของชุมชนต่อความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ

  • อุปกรณ์ที่ใช้: ถัง 1 ใบ, มีดเล็ก
  • สังเกตแหล่งหอย: จุดที่มีฟองอากาศขึ้นบนพื้นทราย
  • ช่วงขุดปกติ: ปลายตุลาคม-กุมภาพันธ์ แต่ปีนี้เริ่มกันยายน

เมนูและการใช้ประโยชน์ในครัวเรือน

หอยท้ายเภาเป็นวัตถุดิบที่หลากหลายในเมนูท้องถิ่นของกระบี่ ทั้งแกงส้มกับสับปะรด แกงกะทิกับมะละกอสับ ผัดกระเทียมพริกไทย ผัดพริกไทยดำ และแกงเลียง ซึ่งไม่เพียงตอบสนองความต้องการบริโภคในครัวเรือน แต่ยังนำไปสู่การขายส่งและกระจายเข้าสู่ตลาดท้องถิ่น ทำให้เป็นทั้งแหล่งอาหารและรายได้ของชุมชน

ความหมายเชิงสังคมและเศรษฐกิจท้องถิ่น

การขุดหอยช่วงน้ำลดสะท้อนถึงความรู้พื้นถิ่นและการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนชายฝั่งกระบี่ ชาวบ้านใช้ความคุ้นเคยกับจังหวะน้ำและสภาพชายฝั่งในการหาของป่าทะเล หากแม้จะเป็นอาชีพที่ให้ผลตอบแทนต่อวันไม่สูงเมื่อเทียบกับภาคการท่องเที่ยว แต่เป็นทางเลือกที่เสริมความมั่นคงทางอาหารและเป็นรายได้เสริมให้ผู้ที่ไม่ได้ทำงานในภาคบริการ

ข้อมูล รายละเอียด
ช่วงฤดูกาลปกติ ปลายต.ค. ถึง ก.พ.
ปีนี้เริ่ม ต้น ก.ย.
ราคาขายส่ง 300-500 บาท/กก.
รายได้เฉลี่ย มากกว่า 1,000 บาท/คน/วัน

สำหรับชาวอ่าวนาง การอนุรักษ์แหล่งหอยและการใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวังเป็นเรื่องสำคัญ หากการขุดเกินความจำเป็นอาจกระทบต่อทรัพยากรระยะยาวและความสามารถในการสร้างรายได้ของชุมชนในรุ่นต่อไป ขณะที่การเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและมรสุมที่มาเร็วนับเป็นโจทย์ใหม่สำหรับผู้ทำมาหากินกับธรรมชาติ

เหตุการณ์ช่วงน้ำลดและการขุดหอยท้ายเภาที่อ่าวนางเป็นภาพหนึ่งของการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาธรรมชาติที่ยังดำรงอยู่ในกระบี่ — ให้ทั้งอาหาร รายได้ และบทเรียนเรื่องการปรับตัวของชุมชนชายฝั่งในยุคที่สภาพภูมิอากาศมีความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

กนกวรรณ ศรีสุข
กนกวรรณ AI บรรณาธิการข่าวในประเทศ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ กนกวรรณ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

65กระบี่

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น กระบี่ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว