คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคของสภาผู้แทนราษฎรได้ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่จัดสัมมนาเชิงรุกภายใต้หัวข้อเกี่ยวกับการรับมือกลโกงและภัยคุกคามทางสื่อออนไลน์เพื่อให้ความรู้แก่ภาคประชาชน เยาวชน และผู้สูงอายุระหว่างการจัดกิจกรรมตลอด 2 วัน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,200 คน จากหลายกลุ่มวัยในพื้นที่จังหวัดกระบี่
ผู้แทนจากสภาฯร่วมถ่ายทอดมาตรการเชิงรุก
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้แทนจากคณะกรรมาธิการจำนวนหนึ่งนำทีมโดย นายกิตติ กิตติธรกุล รองประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค คนที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จังหวัดกระบี่ และยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายจังหวัดเข้าร่วม ได้แก่ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (ส.ส. เขต 2 จ.ชุมพร), นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ (ส.ส. เขต 7 จ.สมุทรปราการ) และนายวุฒากร นุตยกุล (ส.ส. เขต 1 จ.นนทบุรี) พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการ การคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดกระบี่
เป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนทุกช่วงวัย
ตามรายงานการจัดกิจกรรม ผู้จัดระบุว่าการสัมมนามุ่งให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยมีความตระหนักรู้และสามารถป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวในช่องทางออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ โดยใช้แนวทางเชิงรุกผ่านการให้ความรู้ที่เข้าถึงได้และปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้กิจกรรมได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารจังหวัด ได้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด รวมถึงผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด
วิทยากรจากธนาคารแห่งประเทศไทยถ่ายทอดทักษะเชิงปฏิบัติ
การสัมมนาได้เชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์จากธนาคารแห่งประเทศไทยมาถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการรับมือภัยออนไลน์ โดยมีการนำตัวอย่างกรณีหลอกลวงจริงมาวิเคราะห์และฝึกปฏิบัติ ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้วิธีการสังเกตสัญญาณเตือน และแนวทางปฏิบัติเมื่อพบสิ่งผิดปกติบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์
เนื้อหาสำคัญที่เน้นในการอบรม
- การสังเกตลักษณะของการหลอกลวงผ่านข้อความ รูปภาพ และลิงก์ปลอม
- การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลและการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวพื้นฐาน
- แนวทางการรายงานเหตุและการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- การรณรงค์ให้ครอบครัวช่วยกันเป็นเครือข่ายป้องกันการตกเป็นเหยื่อ
ย้ำหลักง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้
“มีสติ ไม่คลิก ไม่เชื่อ และไม่โอน”
ประเด็นหลักที่คณะกรรมาธิการเน้นย้ำตลอดการสัมมนาคือการยึดหลักปฏิบัติที่ง่ายแต่ได้ผล ซึ่งสามารถนำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยขอให้ผู้เข้าร่วมเผยแพร่ความรู้ให้กับสมาชิกในครอบครัวและชุมชนเพื่อขยายผลการป้องกันอย่างเป็นวงกว้าง
ผลที่คาดหวังและบริบทด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
การจัดสัมมนาในระดับพื้นที่ครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการเพิ่มการเข้าถึงการช่วยเหลือของประชาชนที่ถูกกระทำหรือได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ การสร้างความรู้และพฤติกรรมการป้องกันตนเองที่เข้มแข็งจะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียทั้งทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนในระยะยาว
ข้อสังเกตจากการลงพื้นที่
จากการสังเกตการจัดกิจกรรม พบว่าการนำกรณีศึกษาและการฝึกปฏิบัติจริงเป็นรูปแบบที่ได้รับความสนใจสูง โดยเฉพาะจากผู้สูงอายุและผู้ปกครองของเด็กและเยาวชน ซึ่งอาจสะท้อนความจำเป็นในการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องและกระจายไปยังพื้นที่ตำบล ชุมชน และโรงเรียน เพื่อยกระดับการป้องกันเชิงสังคมในวงกว้าง
| ข้อมูลกิจกรรม | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะเวลา | 2 วัน |
| ผู้เข้าร่วม | กว่า 1,200 คน |
| วิทยากร | เจ้าหน้าที่และบุคลากรจากธนาคารแห่งประเทศไทย |
คณะกรรมาธิการระบุว่าจะติดตามผลการเผยแพร่ความรู้และการประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่อไปเพื่อประเมินความต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งด้านการอบรมและช่องทางการช่วยเหลือผู้เสียหายในอนาคต