เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านคมนาคมของรัฐบาล กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือความคืบหน้าของโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา
ยืนยันสัญญาเซ็นเร็ว 31 สิงหาคม
ระหว่างการลงพื้นที่ รองนายกรัฐมนตรียืนยันว่าโครงการสะพานเชื่อมระหว่างตำบลเกาะกลางกับเกาะลันตาน้อยจะมีการลงนามสัญญาก่อสร้างในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2569 โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ชาวเกาะลันตามองหาอย่างยาวนานและมีการเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่ก่อสร้างแล้ว
ผู้เข้าร่วมการประชุม ณ ศาลากลางจังหวัดกระบี่ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด และ ส.ส.พื้นที่ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งให้การต้อนรับและรับฟังรายละเอียดการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในฝั่งอันดามันอย่างพร้อมเพรียง
รายละเอียดโครงการและตัวเลขสำคัญ
โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตามีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- ความยาวสะพาน: 2.527 กิโลเมตร
- งบประมาณก่อสร้าง: 1,854 ล้านบาท
- เป้าหมายการใช้งาน: ลดระยะเวลาเดินทางและยกระดับการขนส่งสินค้าและบริการสาธารณะ
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| ความยาว | 2.527 กิโลเมตร |
| วงเงิน | 1,854 ล้านบาท |
| คาดลดเวลาเดินทาง | จากมากกว่า 1 ชั่วโมง เหลือประมาณ 5–10 นาที |
เหตุผลด้านนโยบายและผลกระทบต่อพื้นที่
ในการประชุม นายพิพัฒน์เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับโครงข่ายคมนาคมฝั่งอันดามันเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต ทั้งนี้แนวทางการพัฒนาครอบคลุมการศึกษาท่าเทียบเรือสำราญ การพัฒนามารีน่าชุมชน การขยายท่าอากาศยานกระบี่ และการปรับปรุงถนนสายสำคัญ
สำหรับเกาะลันตาโดยตรง การมีสะพานเชื่อมจะส่งผลต่อการเข้าถึงบริการพื้นฐาน การรักษาพยาบาล การขนส่งสินค้าเกษตรและประมง รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจยกระดับรายได้และลดต้นทุนการดำเนินชีวิตของชุมชนท้องถิ่น
เสียงจากพื้นที่และประเด็นที่ต้องติดตาม
แม้ประชาชนชาวเกาะลันตาจะให้การต้อนรับโครงการเป็นจำนวนมาก แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่เกาะย่อมต้องติดตามปัจจัยหลายด้าน ได้แก่
- ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อระบบนิเวศชายฝั่งและแนวปะการัง
- มาตรการชดเชยและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น
- การบริหารจัดการจราจรและโครงสร้างพื้นฐานรองรับเมื่อการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ตัวแทนประชาชนจากอำเภออ่าวลึกยังยื่นหนังสือขอให้ทบทวนและยุติโครงการรถไฟทางคู่ช่วงทับปุด–กระบี่ พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาเส้นทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับบริบทของจังหวัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมต้องคำนึงถึงความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างรอบด้าน
ประเด็นทางการเงินและการบริหารโครงการ
เมื่อการลงนามสัญญาเกิดขึ้นตามกำหนด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเปิดเผยแผนการระดมงบประมาณ กระบวนการประกวดราคาก่อสร้าง และกรอบเวลาในการก่อสร้างให้ชัดเจน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นแก่ประชาชน
ในมุมมองเชิงนโยบาย การเชื่อมต่อเกาะลันตากับเกาะลันตาน้อยโดยสะพานอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ แต่ความสำเร็จและความยั่งยืนของโครงการจะขึ้นอยู่กับการจัดการผลกระทบที่เป็นรูปธรรม ยิ่งในจังหวัดที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยวเป็นหลัก การประสานระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์จึงเป็นหัวใจสำคัญ
ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกระบี่ประกาศจะติดตามความคืบหน้า หลังการลงนามสัญญาในปลายเดือนนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบเวลาและมาตรฐานที่กำหนด