การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมจัดการประชุมกลุ่มย่อยระดับตำบล ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม–4 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อรายงานความคืบหน้าการศึกษา ออกแบบรายละเอียด และนำเสนอร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วง ทับปุด‑กระบี่ ที่ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่
พื้นที่รับผลกระทบและวัตถุประสงค์การประชุม
การประชุมครอบคลุมพื้นที่ใน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา 2 ตำบล และที่จังหวัดกระบี่ได้แก่ อำเภออ่าวลึก 6 ตำบล, อำเภอเมือง 6 ตำบล และอำเภอเหนือคลอง 1 ตำบล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอความก้าวหน้าการศึกษา ร่างรายงาน EIA และแนวทางจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงผลการศึกษาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
การปรับแนวเส้นทางเพื่อลดผลกระทบ
รฟท.ระบุว่าแนวเส้นทางเบื้องต้นยังคงเป็นแนวเดิม แต่ได้ขยับแนวบางช่วงประมาณ 600 เมตร ส่งผลให้สามารถลดพื้นที่ที่ต้องเวนคืนได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ การปรับแนวเส้นทางครั้งนี้เป็นผลจากการรับฟังความกังวลของชาวบ้านที่มีต่อการสูญเสียพื้นที่ทำกินโดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ลักษณะโครงการและเป้าหมายการเชื่อมโยง
โครงการมีความยาวรวมประมาณ 68 กิโลเมตร มีวงเงินประมาณ 32,000 ล้านบาท แบ่งเป็นทางระดับพื้นดินประมาณ 43 กิโลเมตร, ทางยกระดับประมาณ 23.40 กิโลเมตร และอุโมงค์ประมาณ 1.6 กิโลเมตร โครงการนี้อยู่ในแผนงานระยะเร่งด่วนปี พ.ศ. 2566–2570 โดยมีเป้าหมายเชื่อมต่อเครือข่ายรถไฟกับท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ และเป็นระบบรอง (feeder) เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟสายใหม่ช่วงสุราษฎร์ธานี‑พังงา‑ท่านุ่นในอนาคต
กรอบเวลาโดยสรุป
| กิจกรรม | เวลาที่คาดหมาย |
|---|---|
| ประชุมรับฟังความคิดเห็นระดับตำบล (ครั้งที่ 2) | 31 ส.ค.–4 ก.ย. พ.ศ. 2569 |
| สรุปผลโครงการ (ประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2) | เดือน ต.ค. พ.ศ. 2569 |
| การศึกษาจะแล้วเสร็จ | เดือน ธ.ค. พ.ศ. 2569 |
| ขออนุมัติโครงการต่อกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี | พ.ศ. 2570 |
| ขอจัดสรรงบประมาณเวนคืนและประกาศเขตเวนคืน | พ.ศ. 2571–2572 |
| เริ่มก่อสร้าง | พ.ศ. 2574–2577 |
| เปิดให้บริการ | พ.ศ. 2578 |
เส้นทางตัวอย่างและการเชื่อมต่อ
แนวเส้นทางเริ่มต้นที่สถานีทับปุด ตำบลโคกเจริญ อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา มุ่งหน้าสู่จังหวัดกระบี่ โดยขนานไปกับทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) และบางช่วงขนานกับแนวเขตเสาไฟฟ้าแรงสูง ผ่านอำเภออ่าวลึก แล้วตัดทางหลวงหมายเลข 44 เข้าพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ ผ่านตำบลเขาคราม ตำบลเขาทอง ตำบลทับปริก และตำบลกระบี่น้อย สิ้นสุดที่สถานีท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่
ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ชาวบ้านบางส่วนเคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินและการสูญเสียพื้นที่ทำกิน โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชนเรียกร้องให้มีการปรับแนวเส้นทางเพื่อลดผลกระทบ ซึ่งรฟท.ได้ตอบรับด้วยการลงพื้นที่ชี้แจง รับฟังข้อเสนอแนะ และปรับรายละเอียดในประเด็นที่อ่อนไหว ก่อนนำแนวเส้นทางที่ปรับแล้วมาเสนอในการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2
สิ่งที่ประชาชนควรทราบ
- ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ที่ระบุ ควรติดตามกำหนดการและเข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อยื่นข้อคิดเห็น
- การปรับแนวเส้นทางมีผลต่อพื้นที่เวนคืนและสิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดิน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดร่างรายงาน EIA ที่จะนำเสนอ
- รฟท.จะสรุปผลการรับฟังและนำมาปรับปรุงการศึกษา ก่อนเสนออนุมัติและเริ่มขั้นตอนการเวนคืนตามกรอบเวลาที่กำหนด
“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์”
สำหรับประชาชนในพื้นที่ คำชี้แจงและข้อมูลเชิงรายละเอียดเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจและเรียกร้องสิทธิ ทั้งนี้การมีส่วนร่วมตั้งแต่ระยะการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้โครงการสามารถลดผลกระทบเชิงลบและเพิ่มประโยชน์ร่วมกันได้มากขึ้น