วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงภายหลังร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการสะพานขนาดใหญ่ 2 แห่งในภาคใต้ โดยชี้ว่า กระทรวงพร้อมสนับสนุนโครงการ แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบและก่อสร้าง
แผนงานและผลกระทบต่อพื้นที่พัทลุง
หนึ่งในโครงการที่มีผลโดยตรงต่อจังหวัดพัทลุงคือ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งจะเชื่อมตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง โครงการนี้คาดว่าจะช่วยลดระยะทางการเดินทางได้ประมาณ 80 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางจากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เหลือประมาณ 15 นาที ทำให้การขนส่งสินค้า การเดินทางของประชาชน และการท่องเที่ยวสามารถดำเนินไปได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาแล้ว ยังมีโครงการ สะพานเชื่อมเกาะลันตา ในจังหวัดกระบี่ ความยาวประมาณ 2.24 กิโลเมตร ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาการรอแพขนานยนต์ในช่วงวันหยุดและเทศกาล เดิมบางช่วงต้องรอนาน 2–3 ชั่วโมง แต่สะพานจะทำให้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เพิ่มความคล่องตัวทั้งด้านการท่องเที่ยวและการขนส่ง
แนวทางการอนุรักษ์และการบูรณาการ
นายสุชาติเน้นย้ำว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องดำเนินไปควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งในด้านระบบนิเวศทางน้ำ ทรัพยากรประมง และวิถีชีวิตของชุมชน โดยกระทรวงจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เช่น กรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อประเมินและลดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตสำคัญในพื้นที่
“การพัฒนาต้องทำให้คนอยู่ได้ เศรษฐกิจเดินหน้า และธรรมชาติอยู่รอด ทส. จะทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน”
ประเด็นที่กระทรวงให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการคุ้มครองสัตว์น้ำและสัตว์ทะเลที่เปราะบาง เช่น โลมาอิรวดี ตลอดจนการรักษาคุณภาพน้ำและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำซึ่งเป็นฐานรายได้ของชุมชนประมงบริเวณทะเลสาบสงขลา
งบประมาณและกรอบการดำเนินการ
ทั้งสองโครงการได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากแหล่งต่างชาติและงบประมาณแผ่นดิน โดยแหล่งเงินทุนหลักมาจากการกู้ยืมองค์การระหว่างประเทศในสัดส่วนร้อยละ 70 ขณะที่งบประมาณแผ่นดินสนับสนุนร้อยละ 30 เป้าหมายการก่อสร้างทั้งสองโครงการตั้งเป้าสิ้นสุดภายในปี พ.ศ.2572
| โครงการ | ระยะทาง (กม.) | ผลประเมินผลกระทบ |
|---|---|---|
| สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา | ประมาณ 7.0 | ลดเวลา-ระยะทางการเดินทาง เพิ่มการขนส่งสินค้าและท่องเที่ยว ต้องคุ้มครองระบบนิเวศทางน้ำ |
| สะพานเชื่อมเกาะลันตา | ประมาณ 2.24 | ลดการรอแพ เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการอพยพฉุกเฉิน |
ความคาดหวังและข้อท้าทายของชุมชน
ประชาชนในพื้นที่คาดหวังว่าการก่อสร้างจะนำไปสู่การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเรื่องผลกระทบต่อวิถีชีวิตและแหล่งทรัพยากรที่ชุมชนพึ่งพิง ซึ่งจำเป็นต้องมีการรับฟังความเห็นของชุมชนอย่างจริงจัง และออกแบบมาตรการบรรเทาเยียวยาที่ชัดเจน
- การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต้องละเอียดและโปร่งใส
- ต้องมีแผนฟื้นฟูระบบนิเวศและเฝ้าติดตามระยะยาว
- การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
สำหรับจังหวัดพัทลุง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาถือเป็นโครงการที่มีศักยภาพเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางและการเชื่อมโยงเชิงเศรษฐกิจ หากเดินหน้าด้วยการวางมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างรอบด้าน โครงการอาจตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาและการรักษาสภาพแวดล้อมได้พร้อมกัน