ชาวมันนิในป่าบรรทัดได้รับผลกระทบหลังถูกตัดสิทธิ์
กลุ่มชาติพันธุ์ ชาวมันนิ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในผืนป่าเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาสันกาลาคีรี ทางภาคใต้ของประเทศไทย ในพื้นที่ เขาบรรทัด บ้านโหล๊ะหาร หมู่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เผชิญความเดือดร้อน หลังบางครอบครัวถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบล่าสุด
ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ได้ยื่นเรื่องขอทบทวนสิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม นี้ แต่ทีมข่าวพบว่าการยื่นทบทวนสิทธิ์มีความแตกต่างกันระหว่างบุคคล บางคนสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองผ่านระบบ แต่หลายครอบครัวยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานท้องถิ่น เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี ความรู้ และรายได้
วิถีชีวิตเปลี่ยน ต้องออกจากป่าเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว
หัวหน้ากลุ่มชาวมันนิที่ชื่อ นายต้อม รักษ์ป่าบอน ระบุว่าบางครัวเรือนได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน การหาอาหารจากป่าไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม ทำให้ต้องออกมาทำงานรับจ้างเก็บผลไม้และรับจ้างทั่วไปเพื่อจุนเจือครอบครัว ซึ่งรายได้ที่เคยได้จากความช่วยเหลือของรัฐเมื่อถูกตัดสิทธิ์แล้ว ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารและรายได้ของชุมชน
"อาหารในป่าไม่สมบูรณ์เหมือนเมื่อก่อน รายได้ที่รัฐเคยช่วยเหลือดูแลก็ถูกตัดสิทธิ์"
อุปสรรคการสื่อสารและแนวทางช่วยเหลือจากหน่วยงานท้องถิ่น
จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนารี ยอมรับว่าการเข้าไปสื่อสารกับชาวมันนิเป็นเรื่องยาก เนื่องจากการอยู่อาศัยในพื้นที่ป่า ทำให้การสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นจำกัด ทางอบต.จึงต้องช่วยกันตามอัธยาศัยและเก็บข้อมูลผู้ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อนำเสนอไปยังหน่วยงานระดับจังหวัดและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ถูกตัดสิทธิ์สามารถยื่นอุทธรณ์หรือขอทบทวนสิทธิ์ได้ภายในวันที่ 31 สิงหาคม
- อบต.ท้องถิ่นจะรวบรวมข้อมูลผู้เปราะบางเพื่อเสนอผ่านกระทรวงมหาดไทยไปยังกระทรวงการคลัง
- ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี การศึกษา และรายได้เป็นอุปสรรคหลักในการเข้าถึงสิทธิ
บริบททางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นที่ต้องเฝ้าระวัง
ในภาพรวมระดับประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย โดยระบุว่าข้อมูลไตรมาส 1 ปี พ.ศ. 2569 พบว่าหนี้ครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.5 จากไตรมาสก่อนหน้า มูลค่าหนี้รวมกว่า 16.41 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 85.9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 86.7 ในไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าสัดส่วนหนี้เสียรวมจะลดลง แต่สัดส่วนหนี้ที่เริ่มมีปัญหา (ค้างชำระ 31-90 วัน) กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามและป้องกันไม่ให้ลุกลามเป็นหนี้เสีย
| ตัวชี้วัด | ค่า |
|---|---|
| การขยายตัวหนี้ครัวเรือน (ไตรมาส 1 พ.ศ. 2569) | +0.5% |
| มูลค่าหนี้รวม | 16.41 ล้านล้านบาท |
| สัดส่วนหนี้ต่อ GDP | 85.9% (ก่อนหน้า 86.7%) |
ข้อมูลระดับชาติข้างต้นสะท้อนความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อครัวเรือนในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิม เช่น ชาวมันนิ ที่พึ่งพารายได้นอกระบบและการช่วยเหลือจากรัฐเป็นสำคัญ
สิ่งที่ต้องติดตาม
ในช่วงเวลาที่เหลือจนถึงวันสิ้นสุดการยื่นทบทวนสิทธิ์ หน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรที่เกี่ยวข้องยังต้องเร่งประสานงานเพื่อให้ข้อมูลและความช่วยเหลือถึงกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล เพื่อไม่ให้การตัดสิทธิ์นำไปสู่ปัญหาความมั่นคงทางอาหารและการขาดแคลนรายได้ในระยะยาว
ทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้าและผลการทบทวนสิทธิ์ของกลุ่มชาวมันนิในพื้นที่พัทลุงต่อไป