วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2569 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในจังหวัดกระบี่ได้ดำเนินการลงนามถอดถอนข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบเพื่อบรรจุเข้ารับราชการแล้วกว่า 100 ราย จากจำนวนผู้ที่ถูกคัดกรองไว้ทั้งหมด 121 ราย
รายละเอียดการดำเนินการและจำนวนของผู้ถูกเพิกถอน
ข้อมูลจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระบุว่า ผู้ที่อยู่ในบัญชีสอบบรรจุของจังหวัดกระบี่เป็นผู้เข้าสอบ 2 รุ่น รวมทั้งหมด 158 ราย หลังการตรวจสอบพบความผิดปกติ ทำให้มีการประกาศบัญชีผลการสอบใหม่ และพบว่ามีผู้ที่ไม่มีชื่อในบัญชีประกาศใหม่จำนวน 121 ราย โดยจำแนกเป็น:
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ จำนวน 9 ราย
- เทศบาลตำบล จำนวน 40 ราย
- องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 72 ราย
และจากการลงนามในวันนี้มีผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการรวมกว่า 100 ราย โดยมีกรอบเวลาที่คณะกรรมการกลางฯ กำหนดให้ปฏิบัติการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2569
คำให้การของผู้ถูกสั่งให้ออกและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจ่ายเงิน
ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งว่า จากการสอบถามผู้ที่ถูกสั่งให้ออก รายหนึ่งในตำแหน่งนักปฏิบัติการให้การยอมรับต่อผู้ตรวจสอบว่าได้จ่ายเงินจำนวนมากผ่านบุคคลกลางที่เป็นญาติซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดและหัวหน้ากลุ่มงานประจำอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต โดยจ่ายเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท เพื่อให้ได้บรรจุ ทั้งที่ผลการสอบจริงปรากฏว่าได้คะแนนเพียง 27 คะแนน
"จะไม่ฟ้องร้องกับผู้ที่ลงนามถอดถอนภายหลัง พร้อมยอมรับว่า มีญาติที่เป็นข้าราชการ...เป็นผู้ดำเนินการ เรื่องจ่ายเงิน กว่า 4 แสนบาท"
ผลกระทบทางกฎหมายและขั้นตอนต่อไป
การถอดถอนในครั้งนี้เป็นการลงโทษทางวินัยของหน่วยงานต้นสังกัด ตามกระบวนการของคณะกรรมการกลางการสอบคัดเลือก ซึ่งยังอาจมีการพิจารณาเรื่องความผิดทางอาญาขึ้นกับผลการสืบสวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกเพิกถอนยังคงมีสิทธิใช้ช่องทางทางกฎหมายร้องเรียนหรือยื่นอุทธรณ์ได้ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด หากไม่ได้มีการยื่นฟ้องร้องหรือร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายหน้าหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ณ ขณะนี้ ผู้เสียหายที่จ่ายเงินแต่ไม่ได้รับการบรรจุยังไม่ได้แจ้งความ ตามข้อมูลที่ปรากฏ
บริบทและความหมายต่อการบริหารงานท้องถิ่น
การค้นพบการทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นมีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการสรรหาและการบริหารงานท้องถิ่น การถอนรายชื่อผู้บรรจุที่เกี่ยวข้องสะท้อนความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา แต่ยังทิ้งคำถามเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและช่องโหว่ในระบบการสอบที่ต้องเร่งปิดเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติสำหรับประชาชนและผู้สมัคร
ในสถานการณ์เช่นนี้ ประชาชนและผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าสอบควรรับทราบสิทธิและช่องทางร้องเรียน รวมทั้งเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องหากพบการเรียกรับผลประโยชน์ และติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการที่รับผิดชอบ
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| จำนวนผู้เข้าสอบ (2 รุ่น) | 158 ราย |
| ผู้ไม่มีชื่อในบัญชีใหม่ | 121 ราย |
| ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการ | กว่า 100 ราย |
| ตัวอย่างการจ่ายเงินที่ถูกยอมรับ | กว่า 4 แสนบาท (อ้างโดยผู้ถูกสั่งให้ออก) |
การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณว่าหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดกระบี่และคณะกรรมการกลางกำลังใช้มาตรการเพื่อรักษาความสุจริตของระบบสรรหา อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามต่อว่าการสืบสวนจะขยายผลไปสู่ผู้เกี่ยวข้องเชิงพฤติการณ์หรือเชิงองค์กรอย่างไร และจะมีการปรับปรุงระบบป้องกันข้อพิรุธในอนาคตอย่างไรบ้าง
ผู้เกี่ยวข้องและประชาชนสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและแนวทางการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป