ผู้ปลูกสวนผลไม้ในจังหวัดจันทบุรีแสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อโครงการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด โดยระบุว่าไม่เห็นด้วยหากการพัฒนาจำเป็นต้องแลกด้วยการทำลายผืนป่าและระบบนิเวศในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าและสัตว์ป่านานาชนิด
ความกังวลหลักของชาวสวน
ชาวสวนที่ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนระบุว่า หากพื้นที่ป่าถูกทำลายหรือถูกแย่งไปทำพื้นที่อ่างเก็บน้ำ จะเกิดคำถามตามมาว่า สัตว์ป่าจะไปอยู่ที่ใด และมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนตัวออกมาหากินในพื้นที่เกษตรของชาวบ้านมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาความเสียหายต่อผลผลิตและความปลอดภัยของคนในชุมชน
“ถ้าต้องทำลายป่าหลายหมื่นไร่เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่คนจันทบุรีไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ขณะที่ต้องเป็นผู้รับผลกระทบทั้งจากการสูญเสียป่า ปัญหาช้างป่า และสิ่งแวดล้อม ก็ต้องตั้งคำถามว่าคุ้มค่าหรือไม่”
นอกจากปัญหาช้างป่า ชาวสวนยังตั้งข้อสังเกตถึงความยั่งยืนของแหล่งน้ำในระยะยาว กล่าวคือ พื้นที่จันทบุรีเองเผชิญภาวะภัยแล้งเป็นครั้งคราว การตัดไม้ทำลายป่าอาจกระทบต่อวงจรน้ำและความสามารถของภูมิประเทศในการกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ จึงอาจไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน
ข้อกังวลด้านการจัดสรรน้ำและทิศทางนโยบาย
ชาวบ้านระบุด้วยว่า มีความหวั่นเกรงว่าการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำดังกล่าวอาจให้ความสำคัญกับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และภาคอุตสาหกรรม มากกว่าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ประชาชนในพื้นที่จะต้องแบกรับภาระทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมโดยไม่ได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม
ประเด็นที่ชาวบ้านเห็นว่าสมควรพิจารณา
- ผลกระทบต่อพื้นที่ป่าและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่า
- ความยั่งยืนของแหล่งน้ำในระยะยาวและการตอบสนองต่อภัยแล้ง
- การจัดสรรน้ำให้กับชุมชนท้องถิ่นเทียบกับการให้แก่ภาคอุตสาหกรรม/พื้นที่พัฒนา
- ผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาวสวนผลไม้
ในทางเทคนิคและนโยบาย การพัฒนาแหล่งน้ำเป็นเรื่องสำคัญ แต่ผู้ร้องเรียนเน้นย้ำว่าต้องมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน และต้องมีข้อมูลชัดเจนว่าโครงการจะมอบประโยชน์อย่างไรให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ทั้งในด้านปริมาณน้ำเพื่อการเกษตร การป้องกันภัยแล้ง และการลดผลกระทบจากสัตว์ป่า
| ประเด็น | ผลกระทบ/ข้อกังวล |
|---|---|
| การทำลายป่า | สูญเสียถิ่นอาศัยสัตว์ป่า เพิ่มความเสี่ยงช้างป่าออกหากินในพื้นที่เกษตร |
| ความมั่นคงด้านน้ำ | อาจไม่แก้ปัญหาในระยะยาว หากระบบนิเวศถูกทำลาย |
| การจัดสรรน้ำ | กังวลว่าน้ำจะถูกใช้เพื่อ EEC/ภาคอุตสาหกรรมมากกว่าชุมชนท้องถิ่น |
ภาพรวมและทางออกที่ชาวบ้านเรียกร้อง
ชาวสวนจันทบุรียอมรับว่าการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นความจำเป็นเพื่อรองรับความต้องการน้ำ แต่ย้ำว่าการตัดสินใจต้องมาจากการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่โปร่งใส มีส่วนร่วมจากชุมชน และมีมาตรการเยียวยาหรือชดเชยที่ชัดเจน หากมีผู้ได้รับผลกระทบ การวางแผนต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์พื้นที่ป่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบน้ำและความมั่นคงด้านทรัพยากร
ประเด็นที่ผุดขึ้นจากการคัดค้านครั้งนี้สะท้อนความตึงตัวระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางนิเวศ การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการ การมีส่วนร่วมของชุมชน และความโปร่งใสจากหน่วยงานรัฐผู้รับผิดชอบ เพื่อให้การตัดสินใจสอดคล้องกับประโยชน์ระยะยาวของคนท้องถิ่นและความสมดุลของระบบนิเวศ