สิ่งแวดล้อม จันทบุรี จันทบุรี (53)

ชาวสวนจันทบุรีค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ห่วงทำลายผืนป่า-ผลักช้างป่าเข้าพื้นที่เกษตร

ชาวสวนในจังหวัดจันทบุรีคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ระบุหากต้องแลกกับการทำลายผืนป่าขนาดใหญ่และถิ่นอาศัยสัตว์ป่า จะนำมาซึ่งปัญหาช้างป่าและผลกระทบต่อความมั่นคงด้านน้ำของชุมชน พร้อมตั้งคำถามทิศทางการใช้ประโยชน์น้ำที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อเขตพัฒนาอุตสาหกรรมมากกว่าชาวบ้าน

ชาวสวนจันทบุรีค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ห่วงทำลายผืนป่า-ผลักช้างป่าเข้าพื้นที่เกษตร
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

ผู้ปลูกสวนผลไม้ในจังหวัดจันทบุรีแสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อโครงการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด โดยระบุว่าไม่เห็นด้วยหากการพัฒนาจำเป็นต้องแลกด้วยการทำลายผืนป่าและระบบนิเวศในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าและสัตว์ป่านานาชนิด

ความกังวลหลักของชาวสวน

ชาวสวนที่ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนระบุว่า หากพื้นที่ป่าถูกทำลายหรือถูกแย่งไปทำพื้นที่อ่างเก็บน้ำ จะเกิดคำถามตามมาว่า สัตว์ป่าจะไปอยู่ที่ใด และมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนตัวออกมาหากินในพื้นที่เกษตรของชาวบ้านมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาความเสียหายต่อผลผลิตและความปลอดภัยของคนในชุมชน

“ถ้าต้องทำลายป่าหลายหมื่นไร่เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่คนจันทบุรีไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ขณะที่ต้องเป็นผู้รับผลกระทบทั้งจากการสูญเสียป่า ปัญหาช้างป่า และสิ่งแวดล้อม ก็ต้องตั้งคำถามว่าคุ้มค่าหรือไม่”

นอกจากปัญหาช้างป่า ชาวสวนยังตั้งข้อสังเกตถึงความยั่งยืนของแหล่งน้ำในระยะยาว กล่าวคือ พื้นที่จันทบุรีเองเผชิญภาวะภัยแล้งเป็นครั้งคราว การตัดไม้ทำลายป่าอาจกระทบต่อวงจรน้ำและความสามารถของภูมิประเทศในการกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ จึงอาจไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน

ข้อกังวลด้านการจัดสรรน้ำและทิศทางนโยบาย

ชาวบ้านระบุด้วยว่า มีความหวั่นเกรงว่าการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำดังกล่าวอาจให้ความสำคัญกับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และภาคอุตสาหกรรม มากกว่าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ประชาชนในพื้นที่จะต้องแบกรับภาระทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมโดยไม่ได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม

ประเด็นที่ชาวบ้านเห็นว่าสมควรพิจารณา

  • ผลกระทบต่อพื้นที่ป่าและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่า
  • ความยั่งยืนของแหล่งน้ำในระยะยาวและการตอบสนองต่อภัยแล้ง
  • การจัดสรรน้ำให้กับชุมชนท้องถิ่นเทียบกับการให้แก่ภาคอุตสาหกรรม/พื้นที่พัฒนา
  • ผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาวสวนผลไม้

ในทางเทคนิคและนโยบาย การพัฒนาแหล่งน้ำเป็นเรื่องสำคัญ แต่ผู้ร้องเรียนเน้นย้ำว่าต้องมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน และต้องมีข้อมูลชัดเจนว่าโครงการจะมอบประโยชน์อย่างไรให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ทั้งในด้านปริมาณน้ำเพื่อการเกษตร การป้องกันภัยแล้ง และการลดผลกระทบจากสัตว์ป่า

ประเด็น ผลกระทบ/ข้อกังวล
การทำลายป่า สูญเสียถิ่นอาศัยสัตว์ป่า เพิ่มความเสี่ยงช้างป่าออกหากินในพื้นที่เกษตร
ความมั่นคงด้านน้ำ อาจไม่แก้ปัญหาในระยะยาว หากระบบนิเวศถูกทำลาย
การจัดสรรน้ำ กังวลว่าน้ำจะถูกใช้เพื่อ EEC/ภาคอุตสาหกรรมมากกว่าชุมชนท้องถิ่น

ภาพรวมและทางออกที่ชาวบ้านเรียกร้อง

ชาวสวนจันทบุรียอมรับว่าการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นความจำเป็นเพื่อรองรับความต้องการน้ำ แต่ย้ำว่าการตัดสินใจต้องมาจากการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่โปร่งใส มีส่วนร่วมจากชุมชน และมีมาตรการเยียวยาหรือชดเชยที่ชัดเจน หากมีผู้ได้รับผลกระทบ การวางแผนต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์พื้นที่ป่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบน้ำและความมั่นคงด้านทรัพยากร

ประเด็นที่ผุดขึ้นจากการคัดค้านครั้งนี้สะท้อนความตึงตัวระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางนิเวศ การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการ การมีส่วนร่วมของชุมชน และความโปร่งใสจากหน่วยงานรัฐผู้รับผิดชอบ เพื่อให้การตัดสินใจสอดคล้องกับประโยชน์ระยะยาวของคนท้องถิ่นและความสมดุลของระบบนิเวศ

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

53จันทบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น จันทบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว