การตัดสินใจและภาพรวม
คณะกรรมการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ได้ตัดสินใจยกเลิกโครงการถนนขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า ช.2 (แนวสายจากเกษตร-นวมินทร์ ต่อเสรีไทย รามคำแหง จนถึงบางนา-ตราด) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการถนนตามผังเมืองเดิมที่มีทั้งหมด 148 สาย แต่ปรับลดลงเหลือ 96 สาย ตามข้อเรียกร้องของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การยกเลิกโครงการดังกล่าวส่งผลในสองมิติที่ตรงกันข้ามกันอย่างชัดเจน ระหว่างผลดีต่อเจ้าของที่ดินและชุมชน กับผลกระทบต่อการแก้ปัญหาจราจรและการเชื่อมต่อโครงข่ายในระยะยาว
ผลบวกต่อชุมชนและมูลค่าที่ดิน
การยกเลิกโครงการถนน ช.2 ส่งผลให้ชุมชนและเจ้าของที่ดินตามแนวเส้นทางที่เคยเสี่ยงถูกเวนคืนได้รับความโล่งใจอย่างมาก ข้อมูลจากการประเมินชี้ว่าแนวถนนเดิมจะลากผ่านพื้นที่หนาแน่นทั้งย่านบึงกุ่ม บางกะปิ และสะพานสูง ซึ่งมีหมู่บ้านจัดสรรและชุมชนเก่าแก่จำนวนมาก
ประเด็นที่ชัดเจนคือการยุติความเสี่ยงการเวนคืนที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ทำให้ครัวเรือนหลายพันครัวเรือนได้รับการคุ้มครองไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน อีกทั้งยังทำให้ที่ดินที่ถูก "แช่แข็ง" ในแนวเวนคืนกลับสู่สภาพปกติสำหรับการซื้อขาย การขออนุญาตก่อสร้าง และการพัฒนา ซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาที่ดินในซอยย่อยและชุมชนรอบข้าง
- ชุมชนที่ได้ประโยชน์: ชุมชนเสรีไทย หมู่บ้านสุวรรณนิเวศน์ วังทองวิลเลจ หมู่บ้านสัมมากร และหมู่บ้านเก่าแก่ตามแนวเส้นทาง
- ผลทางเศรษฐกิจ: ที่ดินที่เคยถูกแช่แข็งกลับสู่การค้าและการพัฒนา ส่งผลให้เกิดการขยับตัวของราคาที่ดินตามกลไกตลาด
ผลลบต่อการเชื่อมต่อคมนาคมและการแก้ปัญหาจราจร
ในมุมกลับ การยกเลิกถนน ช.2 จะทำให้โครงข่ายคมนาคมฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครเสียโอกาสที่จะมีถนนรองขนาดใหญ่รองรับการเชื่อมต่อแนวเหนือ-ใต้ เดิมแผนถนน ช.2 ถูกออกแบบเป็นถนนวงแหวนรอบกลางฝั่งตะวันออกที่มีเขตทางกว้าง 60 เมตร และรองรับถึง 8 ช่องจราจร มีบทบาทในการแบ่งเบาปริมาณรถจากถนนนวมินทร์และศรีนครินทร์
เมื่อไม่มีเส้นทางใหม่ขนาดใหญ่ดังกล่าว พื้นที่โซนตะวันออกจะยังต้องพึ่งพาเส้นทางหลักที่มีอยู่ เช่น ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก) และถนนศรีนครินทร์ ขณะเดียวกันซอยลัดและถนนรองขนาดเล็กที่ใช้เชื่อมระหว่างถนนหลักจะยังคงมีปัญหาความหนาแน่น และไม่อาจรองรับปริมาณจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตได้
ตัดสินใจวันนี้กับผลกระทบในอนาคต
ข้อถกเถียงเกี่ยวกับการยกเลิกนี้สะท้อนความตึงระหว่างสิทธิเจ้าของที่ดินและประโยชน์สาธารณะด้านการคมนาคม การไม่สร้างถนนขนาดใหญ่ช่วยปกป้องชุมชน แต่ในทางกลับกันก็อาจเพิ่มต้นทุนด้านเวลาและเชื้อเพลิงให้กับผู้ใช้รถยนต์ในระยะยาว และลดความยืดหยุ่นของเมืองในการรองรับการขยายตัวของการเดินทาง
| ประเด็น | ผลกระทบ |
|---|---|
| การเวนคืนที่ดิน | ลดการเวนคืน ทำให้ชุมชนคงอยู่และที่ดินฟื้นตัวทางการค้า |
| การจราจรระยะยาว | โอกาสในการแบ่งเบาเส้นทางหลักหายไป อาจทำให้การจราจรหนาแน่นขึ้น |
| มูลค่าที่ดิน | ที่ดินแนวเส้นทางกลับมีสภาพพาณิชย์ ส่งผลให้ราคาขยับตัว |
ตัวเลือกทางออกและแนวทางการบริหารจัดการ
การยกเลิกโครงการถนน ช.2 ไม่ได้หมายความว่าเมืองจะหมดทางเลือก แต่ทำให้การแก้ปัญหาจราจรต้องเปลี่ยนรูปแบบเป็นการผสมผสานทั้งนโยบายการขนส่งสาธารณะ การจัดการพื้นที่จราจร และการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างรอบด้าน เช่น การลงทุนรถไฟฟ้าเส้นใหม่ การจัดระบบจราจรอัจฉริยะ หรือการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะที่มีอยู่ให้เข้มข้นขึ้น ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการวางแผนระยะยาวและการประเมินต้นทุน-ผลประโยชน์อย่างเป็นระบบ
บทสรุป
การยกเลิกถนน ช.2 ในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 เป็นการตัดสินใจที่มีทั้งผู้ที่ได้และผู้ที่เสียประโยชน์อย่างชัดเจน ข้อดีช่วยปกป้องชุมชนและปลดล็อกที่ดินในระยะสั้น ขณะที่ข้อเสียอาจทำให้โครงข่ายคมนาคมของเมืองสูญเสียโอกาสในการสร้างเส้นทางสำรองที่ช่วยลดการอัดแน่นของการจราจรในอนาคต การหาจุดสมดุลระหว่างการคุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนและการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประโยชน์สาธารณะจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องถกกันต่อไปในระดับนโยบาย