เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569 พื้นที่จังหวัดตราดได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ ซึ่งนำไปสู่การเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันซึ่งลามเข้าสู่ชุมชนราบต่ำหลายแห่ง
ภาพรวมสถานการณ์และพื้นที่ได้รับผลกระทบ
ฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้มวลน้ำมีลักษณะขุ่นแดง ก่อนไหลผ่านลงสู่พื้นที่ราบลุ่ม ส่งผลให้ถนนคอนกรีตหลายสายถูกปกคลุมด้วยน้ำจนไม่สามารถมองเห็นพื้นผิวถนนได้ และเกิดน้ำท่วมในสวนผลไม้ของชาวบ้านเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดรายงานการปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนหลายจุด
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือหมู่บ้านเขาปีกกา ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ ซึ่งมีครัวเรือนทั้งสิ้น 30 ครัวเรือน ถูกตัดขาดจากพื้นถนนปกติ ต้องอาศัยการเคลื่อนย้ายด้วยเรือท้องแบนเพื่ออพยพหรือขนส่งสิ่งของ
การตอบโต้และการให้ความช่วยเหลือ
เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองบอนได้นำเรือมาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ พร้อมประสานหน่วยงานป้องกันภัยเพื่อส่งถุงยังชีพให้กับครอบครัวที่ยังไม่ประสงค์จะย้ายออกเนื่องจากต้องดูแลสวนผลไม้ของตนเอง ทั้งนี้มีการเฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่องและเตรียมพร้อมปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง
ในอำเภอเขาสมิง เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบริเวณสะพานคลองสะตอซึ่งตรวจวัดระดับน้ำพบว่าเพิ่มสูงขึ้นจนใกล้ระดับวิกฤต ขณะที่การแจ้งเตือนให้หน่วยงานท้องถิ่นเตรียมความพร้อมถูกส่งออกไปให้รับทราบแล้ว
พื้นที่อื่นที่ได้รับผลกระทบและจุดที่ต้องเฝ้าระวัง
บริเวณอำเภอคลองใหญ่ พบมวลน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลเข้าท่วมถนนสุขุมวิทเป็นช่วง กว่า 150 เมตร ทำให้ระดับน้ำบนผิวถนนอยู่ที่ประมาณ 60–80 เซนติเมตร ส่งผลกระทบต่อการสัญจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นต้องเข้าจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
| พื้นที่ | ผลกระทบสำคัญ |
|---|---|
| บ่อพลอย (อุทยานฯ น้ำตกคลองแก้ว) | น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมถนนและพื้นที่สวนผลไม้ |
| หนองบอน หมู่ 2 (บ้านเขาปีกกา) | ถนนตัดขาด ครัวเรือนติดเกาะ จำนวน 30 ครัวเรือน |
| เขาสมิง (สะพานคลองสะตอ) | ระดับน้ำสูงเพิ่มขึ้น ใกล้ระดับวิกฤต |
| คลองใหญ่ (ถนนสุขุมวิท) | น้ำท่วมผิวจราจรยาวประมาณ 150 เมตร ระดับ 60–80 ซม. |
การเตรียมการของหน่วยงานและคำแนะนำต่อประชาชน
หน่วยงานท้องถิ่นและอำเภอได้แจ้งเตือนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมจัดเตรียมถุงยังชีพ อุปกรณ์ช่วยเหลือ และการอพยพฉุกเฉินหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก เจ้าหน้าที่ยังระบุว่าหากบ่ายถึงเย็นไม่มีฝนตกเพิ่มเติม ระดับน้ำในบางพื้นที่อาจลดลงตามลำดับ
- ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มควรย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่จุดสูงและเตรียมพร้อมอพยพ
- หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนที่มองไม่เห็นพื้นผิวถนน
- ติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สถานการณ์ยังต้องการการติดตามอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในจุดที่ระดับน้ำขึ้นเร็ว เนื่องจากพื้นที่ภูเขาและช่องทางลำเลียงน้ำอาจทำให้เกิดน้ำป่าได้อีกครั้ง เจ้าหน้าที่สาธารณภัยจึงยังคงเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพลและอุปกรณ์เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที
สำหรับประชาชนที่ประสบปัญหาจากน้ำท่วม สามารถติดตามข้อมูลและประกาศเตือนจากหน่วยงานอำเภอหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ รวมทั้งเตรียมเอกสารสำคัญและสิ่งจำเป็นสำหรับการอพยพในทันที