เปิดเวทีรับฟัง แต่เสียงไม่เป็นเอกฉันท์
โครงการขยายเส้นทางท่องเที่ยว ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ที่มีแนวเส้นทางเชื่อมมายังจังหวัดตราด ได้เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่แล้ว ขณะเดียวกันก็ปรากฏกระแสความเห็นต่างและการคัดค้านในระดับท้องถิ่น ทำให้การสื่อสารกับชุมชนกลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้รับผิดชอบโครงการ
แหล่งข่าวจากภาคประชาสังคมและสมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรจังหวัดตราดระบุว่า การคัดค้านที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งภายในชุมชนระหว่างหมู่บ้าน โดยมีความต้องการให้แนวถนนตัดผ่านพื้นที่ของตนเองเพื่อหวังประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ทำให้เกิดการยอมรับได้ยากและความไม่เข้าใจกับผู้นำท้องถิ่นบางส่วน
เสียงสะท้อนจากองค์กรอนุรักษ์และหลักเกณฑ์การคัดค้าน
นายสมเกียรติ สมรรถการ นายกสมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด ให้ความเห็นว่า การคัดค้านโครงการของรัฐควรอาศัยฐานของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ใช่การคัดค้านเพราะเส้นทางไม่ได้ผ่านที่อยู่อาศัยหรือทรัพย์สินของตนเองเพียงอย่างเดียว เขาย้ำว่าการเคลื่อนไหวที่มีผลต่อการตัดสินใจควรเป็นการรวมตัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงในพื้นที่
"การคัดค้านโครงการพัฒนาของรัฐ ผู้คัดค้านจะต้องเป็น 'ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง' หรือเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อที่ดินและวิถีชีวิตจริง"
คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนความกังวลด้านการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารระหว่างหน่วยงานรัฐกับชุมชนยังต้องปรับปรุง เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้าใจเหตุผลทางเทคนิคและประโยชน์ร่วมของการดำเนินโครงการ
หน่วยงานเชิญร่วมเวที รับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย
กรมทางหลวงชนบทได้กำหนดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นรอบที่ 2 ในรูปแบบกลุ่มย่อย โดยแบ่งการประชุมออกเป็น 4 กลุ่มเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่หลากหลาย
- วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดบางกระดาน ตำบลบางปิด อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด
- วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 14.00-17.00 น. ที่โรงแรมรัตนะบุรี จังหวัดจันทบุรี
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| โครงการ | ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ช่วงจันทบุรี-ตราด |
| กิจกรรม | รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ครั้งที่ 2 (กลุ่มย่อย) |
| วันที่ | 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569 |
ความจำเป็นของการอธิบายเชิงเทคนิคและผลกระทบ
ผู้สังเกตการณ์ชี้ว่าองค์ประกอบที่ขาดในเวทีรับฟังความคิดเห็นหลายครั้ง คือการอธิบายข้อมูลเชิงเทคนิคอย่างชัดเจน รวมถึงการประเมินผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทรัพยากรท้องถิ่นในระดับที่ผู้คนทั่วไปเข้าใจได้ หากหน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถชี้แจงแผนดำเนินงาน ประโยชน์ที่คาดหวัง และมาตรการบรรเทาผลกระทบได้ชัดเจน จะช่วยลดช่องว่างความเข้าใจและความหวาดระแวงระหว่างชุมชนได้
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางการมีส่วนร่วม
สำหรับชุมชนริมชายฝั่งและหมู่บ้านที่อาจได้รับผลโดยตรงจากแนวเส้นทาง การเปลี่ยนแปลงของถนนมีนัยต่อการสัญจร การท่องเที่ยว และการใช้ที่ดิน การเปิดเวทีที่เข้าถึงได้จริงและการจัดกลุ่มผู้เข้าร่วมอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อการสร้างความชอบธรรมในกระบวนการตัดสินใจ
ภาคประชาสังคมเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นและผู้รับผิดชอบโครงการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการที่มีข้อมูลครบถ้วน และเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและเสนอตัวแทนจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียจริงเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจ
ขณะที่การดำเนินการตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้ ยังคงต้องอาศัยการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและลดการเกิดข้อขัดแย้งระหว่างชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงการยืดโยงพื้นที่หลายตำบลและหลายกลุ่มผลประโยชน์