จังหวัดตราดประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเบิกจ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้อง หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และความเสียหายในหลายตำบลของจังหวัด
ขอบเขตการประกาศและพื้นที่ได้รับผลกระทบ
ประกาศดังกล่าวลงนามโดย นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โดยพื้นที่ที่ถูกกำหนดเป็นเขตประสบภัยครอบคลุมรวมทั้งหมด 3 อำเภอ 17 ตำบล 138 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นการเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการ
| อำเภอ | ตำบล | จำนวนหมู่บ้าน |
|---|---|---|
| บ่อไร่ | 4 ตำบล | 26 หมู่บ้าน |
| เมืองตราด | 6 ตำบล | 51 หมู่บ้าน |
| เขาสมิง | 7 ตำบล | 61 หมู่บ้าน |
สถานการณ์ในเขตเทศบาลตำบลเขาสมิง
สถานการณ์ที่น่ากังวลมากขึ้นพบในพื้นที่ริมแม่น้ำเขาสมิง ซึ่งน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนริมฝั่งแล้วหลายหลังคาเรือน โดยหน่วยงานท้องถิ่นรายงานว่า ณ การตรวจวัดเมื่อช่วงก่อนเที่ยง ระดับน้ำสูงขึ้นประมาณ 70 เซนติเมตร จากระดับพื้นที่ และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากระดับน้ำเพิ่มถึงประมาณ 1.30 เมตร จะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากจะกระทบพื้นที่ด้านในของเทศบาลทันที
"ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหากสูงถึงประมาณ 1.30 เมตร จะเข้าสู่ระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านในของเทศบาล" — นายมนตรี บำรุง รองนายกเทศมนตรีตำบลเขาสมิง
เจ้าหน้าที่เทศบาลได้วางแนวกระสอบทรายและแจ้งเตือนประชาชนในเขตเสี่ยงให้เตรียมพร้อม ส่วนบางชุมชนที่ได้รับผลกระทบนอกแนวป้องกันแล้วนั้น พบว่ามีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมและประชาชนบางส่วนต้องอาศัยเรือเป็นพาหนะในการสัญจรและรับความช่วยเหลือ
การให้ความช่วยเหลือและการอพยพ
ทั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ได้ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพและชุดยาสามัญให้กับผู้ประสบภัยในหลายตำบล โดยตัวอย่างการช่วยเหลือที่ลงพื้นที่มีดังนี้
- แจกถุงยังชีพและชุดยาสามัญให้ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
- จัดทีมเจ้าหน้าที่ใช้เรือเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาด
- วางแนวกระสอบทรายและติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่าพื้นที่ตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทรุนแรง มีบ้านเรือนท่วมขังกว่า 120 หลังคาเรือน และมีชุมชนถูกตัดขาดจากการสัญจรประมาณ 400 ครัวเรือน ทำให้การนำส่งสิ่งของต้องทำโดยการพายเรือเป็นระยะทางมากกว่า 1 กิโลเมตร
ความเสี่ยงจากมวลน้ำต้นน้ำและการเฝ้าระวัง
เจ้าหน้าที่ยังต้องคอยติดตามสภาพมวลน้ำที่อาจไหลมาจากแหล่งต้นน้ำใกล้เคียง ทั้งอ่างเก็บน้ำคลองโสนในอำเภอบ่อไร่ และเขื่อนคีรีธารของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณน้ำไหลเข้าสู่ระบบแม่น้ำของจังหวัดตราดได้ การประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานข้ามจังหวัดจึงมีความสำคัญในการเตือนภัยล่วงหน้า
ประเด็นทางสังคมและความจำเป็นในการฟื้นฟู
ในมุมมองทางสังคม สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของชุมชนริมลำน้ำและความจำเป็นในการเสริมความมั่นคงให้ชุมชน ทั้งการวางแผนรับมือน้ำท่วม การจัดจุดปลอดภัย และการจัดเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อรายได้และสุขภาวะของประชาชนในระยะยาว
สำนักงานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประกาศมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งเปิดช่องทางรับเรื่องราวร้องทุกข์และประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นและเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ล่วงหน้า