อาชญากรรม แหลมงอบ ตราด (58)

กองทัพเรือ-ตำรวจน้ำจับเครือข่ายลักลอบขนอาวุธที่ท่าเรือตราด ยึด AK-47 และกระสุนกว่า 2.4 หมื่นนัด

กองทัพเรือร่วมกับตำรวจน้ำจังหวัดตราดขยายผลตรวจสอบขบวนการลักลอบขนของผิดกฎหมาย พบอาวุธปืนเล็กยาว AK-47 จำนวน 2 กระบอก เรือสปีดโบ๊ท รถยนต์และเครื่องกระสุนรวมกว่า <strong>24,405</strong> นัด เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหา 1 คนและกำลังติดตามผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี

กองทัพเรือ-ตำรวจน้ำจับเครือข่ายลักลอบขนอาวุธที่ท่าเรือตราด ยึด AK-47 และกระสุนกว่า 2.4 หมื่นนัด
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

จับกุมที่ท่าเรือดิเรก อำเภอแหลมงอบ

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กองทัพเรือเปิดเผยผลการปฏิบัติการร่วมกับตำรวจน้ำจังหวัดตราด หลังขยายผลเครือข่ายลักลอบขนของผิดกฎหมายทางทะเล พบและตรวจยึดอาวุธสงครามพร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมากที่ท่าเรือดิเรก ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด

ของกลางสำคัญและการควบคุมตัว

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพศชายได้ 1 รายในช่วงค่ำของวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ขณะนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแหลมงอบเพื่อตรวจสอบและดำเนินคดี ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอื่นใช้ความชุลมุนหลบหนีไปได้ และกำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัว

ของกลาง จำนวน
อาวุธปืนเล็กยาว AK-47 2 กระบอก
ซองบรรจุกระสุนสำหรับ AK-47 102 ซอง
กระสุนขนาด 7.62 มม. 23,640 นัด
กระสุนขนาด 12.7 มม. 765 นัด
เรือสปีดโบ๊ท 1 ลำ (สีขาว–น้ำเงิน)
รถยนต์ที่เกี่ยวข้อง 3 คัน
รวมเครื่องกระสุน 24,405 นัด

เส้นทางและลักษณะการลักลอบ

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สรุปว่า ขบวนการใช้เรือสปีดโบ๊ทเดินทางไปรับสิ่งของจากบุคคลชาวต่างชาติกลางทะเล ซึ่งของกลางดังกล่าวถูกลำเลียงมาจากฝั่งประเทศกัมพูชา ก่อนนำเข้าสู่พื้นที่ท่าเรือในอำเภอแหลมงอบ เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อตรวจสอบจุดกำเนิด จุดหมายปลายทาง รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

การทำงานร่วมกันและมาตรการป้องกัน

โฆษกกองทัพเรือชี้ว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงาน รวมทั้งการลาดตระเวนและตรวจการณ์ทั้งทางบกและทางทะเล ภายใต้กรอบนโยบายที่เรียกว่า “ปิดด่าน 100%” ซึ่งครอบคลุมมาตรการเฝ้าระวังช่องทางธรรมชาติ ท่าเรือ และเส้นทางเดินเรือที่อาจถูกใช้ในการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย

“การปฏิบัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ ‘ปิดด่าน 100%’ ซึ่งมิได้หมายถึงการควบคุมเฉพาะด่านหรือจุดผ่านแดนทางบก แต่ครอบคลุมการปิดและเฝ้าระวังช่องทางลักลอบทุกเส้นทาง ทั้งทางบกและทางทะเล”

ผลกระทบต่อความมั่นคงท้องถิ่น

การตรวจยึดอาวุธและเครื่องกระสุนในปริมาณมากเช่นนี้สะท้อนช่องโหว่ของเส้นทางการลักลอบทางทะเลในพื้นที่ชายฝั่ง โดยเฉพาะจังหวัดตราดที่มีพรมแดนทางทะเลเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งเน้นความจำเป็นของการเพิ่มมาตรการข่าวและการลาดตระเวนเพื่อป้องกันไม่ให้ของกลางถูกลำเลียงต่อไปยังกลุ่มผู้ซื้อหรือผู้กระทำผิดรายอื่น

สิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องควรคาดหวังต่อไป

  • เจ้าหน้าที่จะนำของกลางทั้งหมดไปตรวจพิสูจน์และหาที่มาที่ไปต่อไป
  • การสอบสวนจะขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการและจุดเชื่อมโยงข้ามชาติ
  • ชุมชนท้องถิ่นอาจเห็นการเพิ่มการลาดตระเวนเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย

กองทัพเรือระบุว่าจะยังผนึกกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในด้านข่าว การลาดตระเวน และการตรวจการณ์ทั้งทางบกและทางทะเล โดยจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ถูกจับกุมและขยายผลสืบสวนหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

58ตราด

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ตราด ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว